ภาพรวมของธุรกิจ
จากรายงานของ บริษัท นีลเส็น มีเดีย รีเสิร์ช ไทยแลนด์ จำกัด
ชี้ว่าตลาดโฆษณาปี พ.ศ. 2546 เติบโตขึ้นมากกว่า ร้อยละ 17 โดยมีการใช้งบโฆษณาผ่านสื่อหลัก
เช่น โทรทัศน์ และวิทยุน้อยลง เมื่อเปรียบเทียบกับยอดค่าเฉลี่ยของภาพรวม
ในทางตรงข้าม ตลาดโฆษณาของหนังสือพิมพ์ นิตยสาร และภาพยนตร์กลับขยายตัวสูงขึ้น
ร้อยละ 20, 25 และ 50 ตามลำดับ ในปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ออกหนังสือพิมพ์ธุรกิจภาษาไทยชื่อ
โพสต์ ทูเดย์ ในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งยอดขายในช่วง 6 เดือนหลังของปี
พ.ศ. 2546 ดีขึ้น เรื่อยๆ สำหรับหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษรายวันบางกอกโพสต์ก็ยังเป็นสิ่งพิมพ์หลักของกิจการและมีการเจริญเติบโตอย่างสูง
ในปี พ.ศ. 2546
ยอดขายสุทธิ
รายได้ของบริษัทฯ ในปี พ.ศ. 2546 สูงถึง 1,491 ล้านบาท มากกว่าปี
พ.ศ. 2545 เป็นจำนวนเงิน 365 ล้านบาท หรือประมาณร้อยละ 32 รายได้ที่เพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งมาจากหนังสือพิมพ์โพสต์
ทูเดย์ซึ่งมีการเริ่มขายโฆษณาและหนังสือพิมพ์ตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ของปี
พ.ศ. 2546 ส่วนธุรกิจสิ่งพิมพ์อื่นๆ ของบริษัทฯ ก็มียอดการเจริญเติบโตที่น่าพอใจ
โดยในปีที่ผ่านมายอดรายได้เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนเงิน 158 ล้านบาท
หรือร้อยละ 15
กำไรสุทธิ
กำไรสุทธิหลังหักภาษีของบริษัทฯ ในปี พ.ศ. 2546 เท่ากับ 103.6
ล้านบาท ใกล้เคียงกับยอดกำไรของปีก่อนซึ่งมีกำไรสุทธิเท่ากับ 104
ล้านบาท ในงบกำไรขาดทุนของปี พ.ศ. 2546 มีค่าใช้จ่ายในการขายและการตลาดซึ่งเป็นค่าโฆษณาและการส่งเสริมการขายของหนังสือพิมพ์โพสต์
ทูเดย์ ซึ่งถือว่าเป็นสิ่ง ที่จำเป็นในการรักษายอดจำหน่ายทั้งจากสมาชิกและบนแผงหนังสือ
ค่าใช้จ่ายในการประกอบการ
ต้นทุนของบริษัทฯ ในปี พ.ศ. 2546 เป็นเงิน 868 ล้านบาท เพิ่มขึ้น
157 ล้านบาทจากปีก่อน ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่เป็นค่ากระดาษและค่าใช้จ่ายสำหรับพนักงานของกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์โพสต์
ทูเดย์ ประมาณ 75 ล้านบาท
สภาพคล่องของกิจการ
ในปี พ.ศ. 2546 ยอดลูกหนี้และสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นเป็นเงิน
105 ล้านบาท และ 28 ล้านบาทตามลำดับ จากปีก่อน สาเหตุที่ยอดลูกหนี้สูงขึ้นเป็นอย่างมากก็เนื่องจากรายได้ของหนังสือพิมพ์ดีขึ้น
ทั้งจากธุรกิจเดิมก่อนออกหนังสือพิมพ์โพสต์ ทูเดย์ รวมทั้งยอดขายของหนังสือพิมพโพสต์
ทูเดย์ หนังสือพิมพ์รายวันภาษาไทยฉบับใหม่ ส่วนสินค้าคงเหลือนั้นจะเป็นยอดกระดาษพิมพ์หนังสือพิมพ์ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นกระดาษพิมพ์ของหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์และโพสต์
ทูเดย์ โดยมีการเก็บไว้อย่างน้อย 4 เดือน
ปลายปี พ.ศ. 2546 บริษัทฯ ไม่มียอดเงินกู้หรือหนี้สินกับธนาคารพาณิชย์
หรือเจ้าหนี้อื่น ๆ เลย แต่มี เงินสดและเงินลงทุนในตราสารต่าง
ๆ ที่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้เร็วถึง 180 ล้านบาท ถึงแม้จะต้องใช้เงินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น
แต่สภาพคล่องของกิจการยังดีมากเหมือนปีที่ผ่านมา ในปี พ.ศ. 2546
มีค่าใช้จ่าย ประเภททุนประมาณ 70 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายประเภททุนหลักๆ
จะเป็นค่าอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และ เครือข่าย รวมทั้งอุปกรณ์ช่วยการแทรกสิ่งพิมพ์
ในปีที่ผ่านมา บริษัทฯ มีการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 30 ล้านบาท
หรือ 0.60 บาทต่อหุ้น ในวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2546 นอกจากนี้
คณะกรรมการยังได้เสนอจ่ายเงินปันผลงวดปลายปี พ.ศ. 2546 อีก 70
ล้านบาทหรือ 1.40 บาทต่อหุ้น หากยอดเงินปันผลดังกล่าวได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี
เงินปันผลรวมของปี พ.ศ. 2546 จะเท่ากับ 100 ล้านบาท หรือ 2.00
บาทต่อหุ้น