เกาะติดเลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพฯ
เอาสวะคืนไปเอากทม.คืนมา
29 สิงหาคม 2547
เป็นวันสำคัญของชาวกรุงเทพฯ
ที่ 4 ปีจะเวียนมาเพียงครั้งเดียว เป็นครั้งเดียวที่คนกรุงเทพฯ จะได้อำนาจคืนมาอยู่ในมือ
หลังจากที่เคยใช้สิทธิเลือกผู้ว่าฯ กทม.ไปเมื่อ 4 ปีก่อนจะถูกจะผิดจะเป็นอย่างไร
เป็นวันเดียวต้องตัดสินใจ ไม่งั้นต้องมานั่งเสียใจไปอีก 4 ปี สารพันปัญหาที่เกิดขึ้นในมหานครแห่งนี้ต้องการคนดีมาช่วยแก้ไขขยะจากข้อมูลของ
กทม. เองปี 2546 มีจำนวนถึง 2 ล้านตันเศษ และในปี 2547 ปริมาณก็จะเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัวไปอีกน้ำเสีย
ควันดำ รถติด สภาพแวดล้อมเป็นพิษ การศึกษาของเยาวชน ฯลฯ
เหล่านี้คือปัญหา กทม. ที่คน
กทม.จะต้องมีส่วนในการแก้ไขปัญหาด้วยการแสวงหาคนมีความรู้ ความสามารถเข้าไปจัดการ
ไม่ใช่ปล่อยไปตามบุญตามกรรม
ต้องเรียกว่าต้องขอแรงให้ชาวกทม.มาช่วยกันกวาดบ้าน
กวาดขยะ เอาสวะต่างๆ ที่มีอยู่ในกทม.ทิ้งไป หาคนใหม่ที่เข้าทีมาทำ
กทม.ให้สะอาดกันหน่อย อย่าได้เอาพวกดีแต่ปากเข้ามาเชียว
แต่มันเป็นสิ่งที่น่าเจ็บใจ
อายผู้คนในต่างจังหวัดตรงที่เลือกตั้งครั้งใดชาว กทม.จำนวนมากกลับรักจะนอนหลับทับสิทธิเสียดื้อๆ
หรือไม่ก็เลือกเอาด้วยความสะใจ จนทำให้เกิดคำพูดที่ว่า คนกรุงเทพฯ
มักจะว่าคนต่างจังหวัดขายเสียง แต่คนกรุงเทพฯ ต่างหากที่เงินก็ไม่ได้
กลับไปเลือกคนผิดเข้ามาอีก
ขณะที่คนกรุงเทพฯ จำนวนมากนอนหลับทับสิทธิ
ไม่รู้ความสำคัญของผู้ว่าฯ กทม. แต่หารู้ไม่ว่ามีคนกลุ่มหนึ่งที่น้อยคนจะคาดถึงต่างไปใช้สิทธิกันอย่างพร้อมเพรียงตลอดมา
และในวันที่ 29 สิงหาคมนี้ก็เช่นเดียวกัน
หากใครอยู่แถบบางแค ก็อาจจะเห็นรถตู้สีเทาคันเก่านำคนชราจากสถานสงเคราะห์บ้านบางแคกว่า
50 ชีวิต มาส่งยังคูหาเลือกตั้งทุกครั้ง
ยายไปใช้สิทธิทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง
และครั้งนี้ยังเดินได้ก็ต้องไป ยิ่งสมัครกันเยอะแยะด้วย เรากลัวเบอร์ที่อยู่ในใจเราจะไม่ได้
และกลัวคนไม่ดีจะเข้ามาด้วย ยายเชียร วัย 87 ปี คนนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นคอการเมืองอันดับหนึ่งของบ้านบางแคเลยทีเดียว
กว่า 10 ปีแล้ว ยายเชียรเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของที่นี่
หลังจากสามี และลูกชายคนเดียว จากไปอย่างไม่มีวันกลับ ไม่เคยสักครั้งที่ยายเชียรจะเบื่อหน่ายการเมือง
ถึงจะผิดหวังแทบทุกครั้งที่เลือกใครเข้าไป เพราะตอนยังไม่เป็นผู้ว่าฯ
ก็ดูดี แต่พอได้รับตำแหน่งแล้วกลับไม่ทำตามสัญญา
แต่ยายไม่เคยเบื่อเลยนะ รู้แต่ว่าต้องออกไปเลือกตั้งทุกครั้ง
เลือกไปจนกว่าจะได้คนดี ประโยชน์จะกลับมาหาเราถ้าเขาทำได้ตามที่พูด
โลกทั้งใบของยายเชียร ไม่ได้คับแคบอยู่แต่ภายในรั้วรอบขอบชิดของบ้านบางแคเท่านั้น
ทรานซิสเตอร์เครื่องเก่าข้างหัวเตียงนี้เอง ที่ถ่ายทอดความเป็นไปของโลก
ให้ยายเชียรรู้ทันไม่น้อยไปกว่าใคร
ผู้ว่าฯ ไม่ใช่ทำงานชิ้นสองชิ้น
หล่อ หรือสวยอย่างเดียว ฉันไม่เอาหรอก ต้องเอาผลงานเป็นที่ตั้ง คนดีดูยาก
ดังนั้นต้องดูเบื้องหลังก่อนมาสมัครเป็นอย่างไร ยิ่งผู้ว่าฯ เงินเดือนน้อยจะตาย
แต่ลงทุนหาเสียงตั้ง 35 ล้าน เพราะอะไร เขาเข้าไป ประมูลงานก่อสร้างเพียบเลย
แถมยังต้องให้นายหน้าอีก คดโกงกันเละเทะ ถ้าไปเลือกพวกนี้ก็เท่ากับสนับสนุนให้เขาโกงกันต่อไป
ยายวรรณ วัย 76 ปี แฟนพันธุ์แท้การเมืองอีกคนหนึ่ง
ละมือจากงานเย็บปักถักร้อยที่อยู่ตรงหน้า แล้วหันมาร่วมวงสภากาแฟที่กำลังวิพากษ์วิจารณ์ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ
กทม.กันอย่างออกรส
พวกนี้มองเขาไม่ออกหรอก ตอนสมัครก็ดีทุกอย่าง
แหม มือเขาก็อ่อนอย่างกับถั่วฝักยาว แต่เวลาได้รับเลือกเข้าไปแล้ว
หาตัวเขาไม่เจอ ไม่รู้อยู่ไหน สั่งสอนอย่างไรดี คนที่ไม่ทำตามคำพูด----
ก็ไม่เลือกเขาสิคะ ออกไปใช้สิทธิ แต่กาช่องไม่เลือก
ถ้าไม่มีในดวงใจ ก็ใส่ช่องไม่เลือก
มันสายไปเสียแล้วล่ะ ที่จะหวังให้กรุงเทพฯ เป็นอย่างโน้น อย่างนี้
เละตุ้มเป๊ะไปหมด เพราะผู้บริหารที่ผ่านมาไม่มีวิสัยทัศน์ ผู้สมัครเขาก็พูดทุกคนจะทำสิ่งแวดล้อมให้ดีอย่างโน้น
อย่างนี้ ถ้าได้ก็ถือเป็นบุญของคน กทม. แต่มันยากนะ คงต้องรอเมืองใหม่
แล้ววางแผนให้ดี กว่าจะถึงวันนั้น ยายคงไม่มีโอกาสได้เห็น เพราะคงไม่มีชีวิตอยู่แล้ว
ยายวรรณ เล่าว่า ผู้สมัครก็ดีทุกคน
ใครมาก็หวัดดี ครับผมจะต้องอย่างโน้น อย่างนี้ แต่เขาจะทำเหมือนที่พูดหรือเปล่า
คำรำพันของคุณยายวรรณก็คือเขตภาษีเจริญ
นำประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง มาติดไว้ที่บ้านบางแคตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา
แต่กลับไม่มีใครมาหาเสียง
ทำไมมองข้ามเรา เป็นคำถามของยายวรรณ
เพราะผู้สมัครกี่คนต่อกี่คนก็มักจะไม่ค่อยเหลียวแลเสียงส่วนนี้ในบ้านพักคนชราเท่าใดนัก
ไปแถวเซ็นเตอร์พ้อยท์กัน เพราะที่นั่นมีแต่เด็กวัยรุ่น
เพราะเขาถือว่า คนแก่คงไปไม่ไหว เลยไม่ค่อยอยากมาก็แต่ช่างเขาปะไร
เราเป็นส่วนเล็กนี่น่า เราต้องเอาส่วนรวมเป็นที่ตั้ง เราเป็นส่วนน้อยเนอะ
ถ้าจะเอาแต่ประโยชน์ของเรามันก็แย่ ต้องเอาประโยชน์ของคนส่วนมาก แต่คนที่อยู่ในใจยาย
เขาทำประ-โยชน์ส่วนรวม เห็นได้ชัด
ไม่เพียงแต่ยายวรรณเท่านั้น
แต่คุณยายหลายคนในบ้านพักคนชราแห่งนี้ก็ออกความเห็นคล้ายๆ กัน หากไม่มีใครในดวงใจก็จะใส่ช่องไม่เลือก
เป็นการออกเสียง ใช้สิทธิว่าไม่เอาใคร ดีกว่าปล่อยให้สิทธิของตัวเองสูญหายไป
คำพูดที่น่าประทับใจของคุณยายเหล่านี้ก็คือ
การเลือกตั้งเหมือนกับการมีส่วนร่วมปกครองประเทศทางอ้อม เป็นการช่วยเหลือลูกหลานทางอ้อม
ที่สำคัญบรรดาผู้สมัครรับเลือกตั้งทั้งหลายก็ไม่จำเป็นต้องมีนโยบายเกี่ยวกับผู้สูงอายุ
เพราะเท่าที่เป็นอยู่รัฐก็เลี้ยงดูบรรดาคุณยายอย่างสุขสบาย ประเภทน้ำไหล
ไฟแรง มีอาหาร 3 มื้อก็พอเพียงแล้ว
แต่สิ่งที่ราษฎรอาวุโสกลุ่มนี้ต้องการก็คือ
ต้องการเอา กทม.ในอดีตคืนมา เพราะในปัจจุบันมหานครแห่งนี้เปลี่ยนแปลงไปมาก
ขนาดนั่งรถเมล์ก็เจอควันดำเวียนหัว ผิดกับ กทม.สมัยก่อนที่ตื่นเช้าอากาศสดชื่นบริสุทธิ์
แต่ก่อนมีรถราง ชอบทุกคน สมัยนั้นรถราง
รถสามล้อคนถีบ ถนนมีต้นไม้สองข้างคุม ควันดำ นั่งรถแอร์ ค่อยยังชั่วเวลารถติดอย่าบอกใคร
ยาหอมยาลมใส่เข้าไป เดี๋ยวนี้คนรวยกันมาก อากาศไม่บริสุทธิ์ คิดถึงบรรยากาศเก่าๆ
เขาก็พูดทุกคนจะทำสิ่งแวดล้อมให้ดี อย่างโน้น อย่างนี้ ไม่รู้จะได้หรือเปล่า
บรรยากาศเก่าๆ ถ้าได้ก็ถือเป็นบุญของคนกทม. แต่ยาก รถขายได้วันหนึ่งไม่รู้กี่พันคัน
สำเร็จปริญญาก็ซื้อรถแล้ว จราจร มลพิษ คุยว่าจะแก้ ก็แก้ไม่สำเร็จ
เลนจักรยาน มอเตอร์ไซค์ชนตาย บ้านอยู่ราชวัตร ขี่จักรยานไป สมัยจอมพล
ป. นักศึกษาขี่จักรยานไปเอง พลเมืองน้อย รถราก็น้อย รถราง กลับมา เหมือนตายแล้วเกิดใหม่
เป็นถ้อยคำรำพันของคุณยายผู้สูงวัยกลุ่มนี้
ถึงแม้หลายครั้งหลายหน หลังการเลือกตั้งจะไม่ได้คนดีที่ต้องการ
แต่คุณยายแห่งบ้านบางแคยังประกาศจะต้องไปเลือกทุกครั้ง เลือกไปจนกว่าจะได้คนดี
ใครอ่านถึงบรรทัดนี้ คงต้องคิดให้ดีว่าอาทิตย์ที่
29 สิงหาคมนี้ จะนอนหลับทับสิทธิกันอีกหรือเปล่า
ใครจะมาช่วยกันเอากรุงเทพฯ คืนมาบ้าง
ใครจะมาช่วยเอาสวะคืนไปบ้าง
ไปคูหากาบัตรได้เลย!!!
|