|
หัวข่าว
ต้นฉบับใช้เป็นประโยคสมบูรณ์ และสื่อความตรงไปตรงมา การแปลจึงไม่มีอะไรยุ่งยาก
เพียงแต่ต้อง
เฟ้นหาคำที่เหมาะสมค่ะ อย่างเช่น threatens (v. ขู่,
เป็นอันตรายคุกคาม) ความหมายจริงๆ ก็คือ
ยังไม่ถึงระดับอันตราย แต่มีแนวโน้มว่าจะเป็น ดิฉันจึงใช้ว่า
มีเค้าว่าจะเป็น แทนการแปลซื่อๆ ว่า
ขู่ว่าจะเป็น ค่ะ
ย่อหน้าที่
1
The Sars virus จะแปลว่าไวรัสซาร์สไม่ได้ เพราะไวรัสนี้ไม่ได้มีชื่อว่าซาร์ส
แต่ทำให้เกิด
โรคซาร์ส และเนื่องจากคำว่าซาร์สในปัจจุบันเป็นชื่อที่ทุกคนรู้จักกันดีแล้ว
ดิฉันจึงใช้วิธีทับศัพท์
ทุกครั้งที่พบโดยใช้คำนามกำกับไว้ข้างหน้าว่า โรค เช่นเดียวกับโรคเอดส์ในย่อหน้าที่สอง
การแปลชื่อเฉพาะนี้มีหลักการกว้างๆ อยู่ว่าถ้าเป็นชื่อที่คุ้นเคยดีอยู่แล้ว
อาจใช้ทับศัพท์ไปเลย
เพื่อความกระชับหรือจะแปลเป็นชื่อไทยก็ได้ และก็ไม่จำเป็นต้องวงเล็บภาษาต้นฉบับกำกับไว้ค่ะ
แต่หากเป็นโรคที่ผู้อ่านน่าจะยังไม่คุ้นเคย หากมีชื่อที่แปลเป็นไทยไว้แล้วก็ใช้ชื่อไทยโดยวงเล็บ
ชื่อภาษาอังกฤษด้วย เช่น
โรคหวาดระแวง (paranoid)
โรคกระดูกสันหลังเสื่อม (spondylosis)
หากยังไม่มีชื่อที่แปลเป็นไทยก็ต้องใช้วิธีทับศัพท์และวงเล็บภาษาอังกฤษไว้เช่นกันค่ะ
เช่น
โรคเมลิออยด์ (melioidosis)
confound
(v. แต่ในที่นี้ใช้เป็น present participle ขยาย doctors
and researchers
มีความหมายว่า สับสน ไม่ทราบว่าจะรับมือกับสถานการณ์นั้นๆ อย่างไร)
ตรงกับสำนวนในภาษา
ไทยว่า จับต้นชนปลายไม่ถูก
pandemic
(adj. การระบาดไปในวงกว้าง ไม่มีขอบเขตจำกัด) ความรุนแรงของการระบาดนี้
มีอยู่สามระดับโดยดูจากพื้นที่ที่กินวงกว้าง ระดับแรกอยู่ในเฉพาะพื้นที่เช่นอำเภอหรือจังหวัดหนึ่ง
ใช้คำว่า endemic ระดับที่กว้างขึ้นมาอีกคือในระดับภูมิภาค
ใช้ epidemic ตัวอย่างเช่นโรค
ที่เกิดจากไวรัสอีโบลา ที่ประเทศซาอีร์ ฉะนั้นการใช้คำว่า pandemic
จึงสื่อความหมายที่น่ากลัว
ที่หมายถึงการระบาดไปทั่วโลก
ย่อหน้าที่
2
คำว่า
public health (n. ระบบสาธารณสุข) เป็นคำที่มีบัญญัติศัพท์ไว้แล้ว
เราจึงแปลตรงตาม
ตัวว่า สุขภาพชุมชน ไม่ได้
ย่อหน้าที่
3
This
is mainly because... เป็นอนุประโยคที่เราใช้วิธีแปลตรงๆ
จะไม่สวยนัก ว่า นี่ส่วนใหญ่เนื่องมาจาก... ที่ชัดเจนและกระชับกว่าน่าจะเป็น
สาเหตุสำคัญก็คือ
optimal
(adj. สูงสุด มากที่สุด) ที่ดิฉันขอใช้คำว่า รุนแรง เพราะเหมาะกับการแพร่ระบาดของ
สิ่งที่ไม่ดีอย่างโรค ค่ะ
ย่อหน้าที่
4
vector
(n. เส้นทางบิน) ผู้เขียนใช้คำนี้โดยมีความหมายว่าเป็นเส้นทางการแพร่ระบาดของโรค
ซาร์ส ดิฉันจึงแปลว่า เป็นเส้นทางระบาด ซึ่งผู้อ่านก็คงเข้าใจได้ดีเมื่ออ่านต่อเนื่องจากข้อความ
ข้างหน้าที่พูดถึงการเดินทางด้วยเครื่องบินค่ะ
ย่อหน้าที่
5
ภาษาอังกฤษมีลักษณะเฉพาะตัวในการเขียนอย่างหนึ่งคือไม่นิยมใช้คำซ้ำ
เป็นเหตุให้โรคซาร์ส
ในย่อหน้านี้กลายเป็นชื่อเต็ม ว่า severe acute respiratory
syndrome แต่ดิฉันก็ยังยึด
แนวทางการแปลชื่อเฉพาะดังที่ได้กล่าวมาแล้ว
concern
(n. ความห่วงใย ความกังวล) measures (n.มาตรการ) contain
(v. บรรจุ ควบคุม
ไว้ในขอบเขต) ล้วนเป็นคำที่ผู้แปลต้องเลือกเอาความหมายที่เหมาะกับบริบทและธรรมชาติของภาษาไทยค่ะ
ย่อหน้าที่
6
WHO
ชื่อภาษาไทยว่า องค์การอนามัยโลก ซึ่งเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางแล้ว
จึงใช้ชื่อไทย
โดยไม่ต้องวงเล็บชื่อภาษาอังกฤษไว้
not hiding fears คงไม่เหมาะที่จะแปลว่า ซุกซ่อนความกลัว
แสดงความวิตก ที่สื่อความ
หมายอย่างเดียวกันน่าจะเหมาะกว่าค่ะ
ย่อหน้าที่
7
การอ่านชื่อทับศัพท์นั้น
อาศัยหลักเกณฑ์ที่กำหนดโดยราชบัณฑิตยสถาน ซึ่งจะระบุไว้ว่าพยัญชนะ
และสระในภาษาใดควรถ่ายออกมาเป็นเสียงภาษาไทยอย่างไร เนื่องจากบทความนี้ที่มาคือประเทศ
ฝรั่งเศส และชื่ออีซาแบล ก็พอจะสื่อได้ว่าไม่น่าจะเป็นชื่อในภาษาอังกฤษ
จึงคิดว่าคงจะเป็นชื่อใน
ภาษาฝรั่งเศสมากกว่า (อาจเดาผิดก็ได้ค่ะ) ดิฉันจึงเลือกใช้หลักเกณฑ์การถ่ายเสียงจากภาษา
ฝรั่งเศสเป็นภาษาไทยค่ะ
จนกว่าจะพบกันใหม่ สวัสดีค่ะ
เกษมศรี วงศ์เลิศวิทย์
|