| about this site | who we are | site map | reading tips | teaching tips | student tips | build vocab |
| teaching vocab | hot links | visit Thai school | Bangkok Post | Post books | student weekly | home


Tuesday, August 19, 2003

"Translate It" is designed for the many people who are required to translate English into Thai. It will also be useful for those who like some Thai-language support for their English lessons. These lessons are also very popular with expatriates who are learning Thai at an advanced level.

FOR THAI-WINDOWS 95 USERS, *THIS PAGE IS BEST VIEWED IN CordiaUPC (14 pt) OR OTHER UPC THAI-COMPATIBALE FONTS SUCH AS LILY, DILLENIA, EUCROSOCIA, FREESIA OR IRIS*

FOR INTERNATIONAL USERS, THAI FONTS CAN BE OBTAINED FROM THE FOLLOWING URL: http://thaigate.nacsis.ac.jp/files/thaifonts.html

..............................................................


สวัสดีค่ะ
ตัวอย่างบทแปลวันนี้เนื้อหาเป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะนอกจากเราจะได้รับทราบข้อคิดเห็นจาก
คุณสุลักษณ์ ศิวรักษ์ หรือที่เรารู้จักกันดีในนามปากกาว่า ส. ศิวรักษ์ ที่เลื่องชี่อด้วยความเป็นผู้ที่พูดอย่าง
ตรงไปตรงมาแล้ว ในแง่ของงานแปลยังได้เห็นการเฟ้นหาคำที่เหมาะกับบริบททางศาสนา การแปลที่
เกี่ยวข้องกับศาสนานั้นมักมีลักษณะภาษาที่เป็นทางการ และมีถ้อยคำสำนวนเฉพาะกลุ่มอยู่มาก ดังที่
ท่านคงได้สังเกตเห็นบ้างแล้วในตัวอย่างของงานแปลในวันนี้

เรามาดูแต่ละย่อหน้ากันนะคะ

Remembering a servant of Buddha (1)

Story by Vasana Chinvarakorn

  1. Buddhadasa Bhikkhu called himself a lowly servant of the Lord Buddha. Yet the late reformist monk is one of the few Thais whose works have been extensively cited, translated, and studied both in his homeland and overseas.

  2. This influence does not necessarily mean understanding, let alone actual implementation, of the revered monk's teachings. Most of Buddhadasa's compatriots - including those who reside at Suan Mokh, the forest monastery that he founded seven decades ago - still know very little about him, noted Sulak Sivaraksa, one of the monk's long time deciples and a sharp-tongued social critic.

  3. More and more people may pay a visit to Suan Mokh," said Sulak in a recent keynote speech on the 10th anniversary of the venerable monk's departure, "but that doesn't mean they grasp the essence of the dhamma he tried to impart.

  4. "Even those at Suan Mohk - I'm not sure if what they do is just to preserve his past reputation and work and nothing else. Are they seeking only to keep the place as a holy site, resisting any chance that his name might be tarnished?"

  5. For Sulak, constructive transformation itself is the spirit of Buddhadasa and his lifelong efforts to reform Thailand's Theravada Buddhism, which is now more than ever in need of a fundamental overhaul.

รำลึกถึงท่านผู้เป็นทาส
แห่งพุทธองค์
(๑)

เรื่องโดย  วาสนา ชินวรากรณ์

  1. แม้ท่านพุทธทาสภิกขุเรียกตัวท่าน
    เองว่าเป็นทาสผู้ต่ำต้อยแห่งองค์
    พระสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่พระภิกษุ
    นักฟื้นฟูพระศาสนาผู้หาชีวิตไม่แล้ว
    นี้เป็นหนึ่งในคนไทยเพียงไม่กี่คน
    ที่ผลงานของท่านมีผู้นำมาอ้างถึง
    ตลอดจนมีการแปลและศึกษากัน
    อย่างกว้างขวางทั้งในและต่างประเทศ

  2. - 3. ในคำปราศรัยที่จัดขึ้นเพื่อ
    รำลึกถึงวาระครบรอบสิบปีของ
    การจากไปของท่านพระภิกษุ
    ผู้น่าเลื่อมใสผู้นี้ คุณสุลักษณ์
    ศิวรักษ์ ศิษย์ผู้หนึ่งที่ติดตาม
    ท่านมานานและเป็นนักวิจารณ์
    สังคมฝีปากกล้าคนหนึ่งกล่าวว่า
    "กระนั้นก็ตามพลังนิยมในตัวท่าน
    ก็ไม่จำเป็นต้องหมายถึงความ
    เข้าใจในคำสั่งสอนของพระภิกษุ
    ผู้เป็นที่เคารพศรัทธาผู้นี้ อย่าว่า
    แต่จะนำไปปฏิบัติให้เกิดโภคผล
    ใดๆ เลยคนไทยส่วนใหญ่ยัง
    รู้จักท่านน้อยมาก รวมทั้ง
    ผู้ที่พำนักอยู่ในอารามสวนโมกข์
    ซึ่งเป็นพระอารามสวนป่าที่ท่าน
    ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 70 ปีที่แล้ว แม้จะ
    มีผู้ไปเยือนสวนโมกข์มากขึ้น
    เรื่อยๆ แต่นั่นไม่ได้หมายความ
    ว่าคนเหล่านั้นจะเข้าถึงแก่น
    ธรรมะที่ท่านพยายามบอกกับเรา"
  1. "แม้แต่คนที่สวนโมกข์เองข้าพเจ้า
    ก็ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้นเป็นเพียง
    การอนุรักษ์ชื่อเสียงและผลงานของ
    ท่านในอดีต โดยไม่ได้ทำอะไร
    นอกเหนือไปจากนั้นใช่หรือไม่
    คนเหล่านั้นต้องการเพียงพยายาม
    รักษาสถานที่ไว้ให้เป็นที่ศักดิ์สิทธิ์
    โดยต่อต้านทุกสิ่งที่อาจทำให้ชื่อเสียง
    ของท่านต้องมัวหมองไปหรืออย่างไร?"

  2. เพราะสำหรับคุณสุลักษณ์แล้ว
    การเปลี่ยนรูปแบบไปในทาง
    สร้างสรรค์นั้นแหละจึงจะเป็นจิต
    วิญญาณและความพยายามตลอด
    ชีวิตของท่านพุทธทาสที่จะฟื้นฟู
    พระพุทธศาสนานิกายเถรวาท
    ของไทย ซึ่งขณะนี้ต้องการการคิด
    และปรับปรุงเปลี่ยนแปลงถึงระดับ
    รากเลยทีเดียว

ชื่อเรื่อง
เป็นชื่อที่แปลได้ไม่ยากเพราะมีโครงสร้างภาษาที่ไม่ซับซ้อน เพียงแต่ต้องเฟ้นหาคำที่เหมาะกับ
บรรยากาศของเนื้อความ อย่างเช่น remembering ใช้ว่า รำลึกถึง แทน การจดจำ  servant
ใช้ว่า ทาส แทน ผู้รับใช้  เนื่องจากเลียนคำมาจากสมญานามของท่านว่า พุทธทาส ส่วนคำว่า
Buddha นั้น สำหรับคำไทยมีให้เลือกใช้หลายคำ เช่น พระพุทธเจ้า พระพุทธองค์ องค์พระสัมมา
สัมพุทธเจ้า

ย่อหน้าที่ 1
ย่อหน้านี้มีสองประโยคที่เชื่อมด้วย Yet แสดงนัยของความขัดแย้ง ดิฉันก็เอาสองประโยคมาเชื่อมกัน
โดยใช้ แม้...แต่ late เมื่อใช้นำหน้าบุคคลมีความหมายว่าเสียชีวิตแล้ว หรือใช้ว่าผู้ล่วงลับ คำว่า ตาย
นี้ก็เช่นกันที่มีคำให้เลือกใช้ตามฐานะทางสังคมของผู้นั้น เช่นสำหรับบุคคลธรรมดา ใช้ว่า ถึงแก่กรรม
หรือถ้าเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ หรือได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์เทียบเท่าชั้น พระยา ใช้
ถึงแก่อนิจกรรม สำหรับพระภิกษุสงฆ์ใช้ มรณภาพ เป็นต้น

cited (v. ยกมากล่าวอ้างเป็นตัวอย่าง หรือเป็นการยืนยันสิ่งที่คุณพูดว่าจริง) ประโยคนี้มีโครงสร้าง
เป็น passive ในข้อความนี้ทำอย่างอื่นได้ไม่เหมาะเท่าการแปลงให้เป็นโครงสร้าง active โดยเติม
ประธานให้ว่า มีผู้นำมาอ้างถึง ส่วน คำว่า ตลอดจน นั้นใช้เพื่อหลีกเลี่ยงคำว่า และ ที่มีที่ใช้ซ้ำสองที่ค่ะ

ย่อหน้าที่ 2-3
ทั้งสองย่อหน้านี้มีเนื้อความต่อกัน โดยเป็นส่วนหนึ่งของคำปราศรัยของคุณสุลักษณ์ ดิฉันจึงนำมารวม
กันเพื่อให้สละสลวยและเป็นกลุ่มก้อนขึ้นเรียกว่าการแปลแบบเอาความค่ะ การทำเช่นนี้จะไม่เหมาะ
หากเป็นงานที่ถ่ายทอดจากต้นฉบับที่ต้องรักษาสภาพดั้งเดิมไว้ทุกประการ เช่นงานแปลเอกสารทาง
กฎหมาย ประกาศอย่างเป็นทางการ คำสวดมนต์ เป็นต้น อย่างไรก็ตามขอให้ท่านสังเกตว่าแม้จะ
เปลี่ยนลำดับของข้อความ แต่นัยของข้อความยังต้องอยู่อย่างครบถ้วนค่ะ

คำแรกที่ต้องขบคิดมากคือ คำว่า influence (n. อิทธิพล) ซึ่งถ้าแปลตามตัวอย่างนี้รู้สึกว่าจะไป
คนละทางกับเนื้อหาในบริบท จึงต้องทำความเข้าใจก่อนว่าเป็นอิทธิพลของอะไร โดยเชื่อมโยงเข้า
กับข้อความในย่อหน้าแรก ได้ว่าเป็นความนิยมในคำสอนของท่านพุทธทาสนั่นเอง ดิฉันจึงใช้ว่า
พลังนิยม ค่ะ

let alone (prep. เป็นคำปฏิเสธว่าสิ่งนั้นไม่มีวันที่จะเป็นจริง เพราะสิ่งที่สำคัญกว่ายังไม่มีโอกาส
เป็นได้เลย) ตรงกับสำนวนไทยว่า อย่าว่าแต่ เมื่อรวมกับคำว่า implementation (n. การทำสิ่ง
ใดสิ่งหนึ่งเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหรือควบคุมสภาพการณ์) นั่นคือที่มาของวลีว่า อย่าว่าแต่จะนำ
ไปปฏิบัติให้เกิดโภคผลใดๆ เลย

revered (past participle หมายถึง ได้รับความเคารพนับถืออย่างสูง) เมื่อขยาย monk ซึ่งหมาย
ถึงท่านพุทธทาส ดิฉันจึงนำคำว่า ศรัทธา มารวมอยู่ด้วย เพื่อแสดงนัยว่าแตกต่างจากการเคารพนับถือ
แบบที่ใช้กับฆราวาส หรืออย่างที่เราลงท้ายจดหมายถึงผู้ใหญ่ทั่วๆ ไป

อีกคำหนึ่งในย่อหน้าที่ 3 ที่มีความหมายในทำนองเดียวกันกับคำนี้คือ venerable (adj. สมควรได้
รับการเคารพนับถือ เพราะคุณงามความดี หรือเพราะวัยวุฒิ ก็ได้) ดิฉันใช้ว่า น่าเลื่อมใส ด้วยเหตุผล
เดียวกับที่กล่าวถึงข้างบนค่ะ

compatriots (n. ผู้ที่อยู่ในประเทศเดียวกัน) ซึ่งดิฉันใช้ง่ายๆ ว่า คนไทย
deciples
(n. สาวก, ศิษย์, ผู้ที่ติดตามและปฏิบัติตามคำสั่งสอน ) แต่คำว่า สาวก นั้น น่าจะใช้กับ
พระศาสดา ดิฉันจึงเลือกใช้ว่า ศิษย์

departure (n. การจากไป ในที่นี้คือการตาย ) เป็นการเลี่ยงการใช้คำที่มีความหมายไม่น่าฟังมา
เป็นคำที่ฟังนุ่มนวลขึ้น อย่างที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า euphimism คำที่ใช้ในลักษณะนี้มักทำให้ผู้แปล
เข้าใจผิดหากไม่ทราบภูมิหลังของเรื่องนั้นๆ มาก่อน

ย่อหน้าที่ 4
ข้อความในย่อหน้านี้ต่อเนื่องมาจากสองย่อหน้าที่แล้ว โครงสร้างประโยคไม่มีอะไรซับซ้อน ส่วน
คำศัพท์ที่น่าสนใจคือ reputation (n. ชื่อเสียงที่เกิดจากผลงาน ส่วนมากมักเป็นชื่อเสียงในทางที่ดี)
และคำว่า tarnished (adj. ทำให้มัวหมอง ใช้ได้ทั้งกับสิ่งที่เป็นรูปธรรม เช่นโลหะ และนามธรรม
คือ ชื่อเสียง)

ย่อหน้าที่ 5
ในความคิดเห็นส่วนตัวแล้วดิฉันชอบข้อความในย่อหน้านี้มากค่ะ เพราะทำให้เห็นความเป็นนักคิด
ของท่านพุทธทาส ท่านมองเห็นความจำเป็นของความเปลี่ยนแปลง อย่างชนิดที่ตรงกับคำว่า
transformation คือการเปลี่ยนแปลงรูปแบบที่ทำให้ดีขึ้น เหมาะขึ้น ไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนแปลง
ในเนื้อหาหลักการเพื่อให้ต่างไปจากเดิม

คำว่า fundamental (adj. เป็นรากฐานที่จำเป็น) ขยาย overhaul (n. การสำรวจตรวจสอบแนวคิด
อย่างจริงจัง และเปลี่ยนแปลงบางอย่างเพื่อให้ดีขึ้น) ดิฉันจึงใช้ว่า การคิดและปรับปรุงเปลี่ยนแปลง
ถึงระดับรากเลยทีเดียว

ขอเชิญติดตามตอนสองในสัปดาห์หน้า
เกษมศรี วงศ์เลิศวิทย์


  • This lesson is prepared by Asso.Prof. Kasemsri Vonglertvidhya, a former lecturer in English and Linguistics at Western Language Department, Srinakarinwirot University (Bangkhen Campus). She is now Director of English Language Training Program, Faculty of Education, SWU, and a freelance translator.

    Back to our home page

    Read our other translate it columns here.

    | Comments to Ajaan Sunee at suneec@bangkokpost.co.th |
    | © The Post Publishing Public Co., Ltd.
    All rights reserved 2002

    Last modified: August 25, 2003
    |