| about this site | who we are | site map | reading tips | teaching tips | student tips | build vocab |
| teaching vocab | hot links | visit Thai school | Bangkok Post | Post books | student weekly | home


Tuesday, August 26, 2003

"Translate It" is designed for the many people who are required to translate English into Thai. It will also be useful for those who like some Thai-language support for their English lessons. These lessons are also very popular with expatriates who are learning Thai at an advanced level.

FOR THAI-WINDOWS 95 USERS, *THIS PAGE IS BEST VIEWED IN CordiaUPC (14 pt) OR OTHER UPC THAI-COMPATIBALE FONTS SUCH AS LILY, DILLENIA, EUCROSOCIA, FREESIA OR IRIS*

FOR INTERNATIONAL USERS, THAI FONTS CAN BE OBTAINED FROM THE FOLLOWING URL: http://thaigate.nacsis.ac.jp/files/thaifonts.html

..............................................................


สวัสดีค่ะ
วันนี้เรามาพบกันด้วยตอนที่สองของบทแปลที่นำมาจากปาฐกถาของคุณสุลักษณ์ ศิวรักษ์ เนื่องในวาระ
ครบรอบ 10 ปีของการจากไปของท่านพุทธทาสภิกขุ ในตอนที่แล้วคุณสุลักษณ์กล่าวถึงแก่นแท้ของคำ
สั่งสอนของท่านพุทธทาสที่มีหัวใจอยู่ที่การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงรูปแบบบางอย่างในพระพุทธศาสนาให้
ดีขึ้น คุณสุลักษณ์เสนอวิธีการปรับเปลี่ยนไว้หลายประเด็น แต่น่าเสียดายที่ดิฉันไม่อาจนำมาเป็นตัวอย่าง
งานแปลได้ครบถ้วนเนื่องจากหน้ากระดาษมีจำกัด จึงขอนำมาเสนอเพียงบางประเด็น

เชิญติดตามรายละเอียดการแปลแต่ละย่อหน้าเลยนะคะ

Remembering a servant of Buddha (2)

Story by Vasana Chinvarakorn

  1. As the centennial of Bhuddhadasa's birth approaches in 2006, Sulak proposed a scheme to make Buddhadasa's writings accessible to the public. One way is to rearrange the monk's books according to their level of difficulty as well as to turn some into cartoon format for the younger generation.

  2. A more difficult task is to reinterpret how rituals could serve as a vehicle of dhamma teaching.

  3. One of the Bhuddhadasa's innovations was to introduce a daily prayer, usually delivered in the esoteric Pali language, with translations in vernacular Thai. Sulak went further. He suggested a reinterpretation of the seventh precept - that monks must refrain from all forms of entertainment. The monastic rule, he said, refers only to sexually-enticing performances, ones that lead monks to indecorum.

  4. What Theravada is still lacking, Sulak continued, is a set of rituals or sermons that teach the wrongs of consumerism - how modern technology and indulgence in material confronts have resulted in destruction of nature and exploitation of other beings.

  5. "If we leave Suan Mokh to become out of date, if there are no monks who can get to the gist of dhamma and apply it to tame the force of materialism, capitalism and consumerism, it is like we leave Bhudhadasa to die. Then all his worth would be limited to the words in his books."

รำลึกถึงท่านผู้เป็นทาส
แห่งพุทธองค์
(๒)

เรื่องโดย  วาสนา ชินวรากรณ์

  1. ในวาระครบรอบร้อยปีแห่งชาติกาล
    ของท่านพุทธทาสในปี 2006 นี้
    คุณสุลักษณ์ได้เสนอวิธีการที่จะ
    ทำให้คนทั่วไปเข้าถึงสิ่งที่ท่าน
    พุทธทาสได้เขียนไว้ วิธีการหนึ่ง
    ก็คือการจัดลำดับงานเขียนของ
    ท่านใหม่ตามความยากง่าย
    ตลอดจนจัดทำบางเล่มให้อยู่ใน
    รูปของการ์ตูนสำหรับผู้อ่านวัยเยาว์

  2. อีกงานหนึ่งที่ยากกว่าคือจะทำ
    อย่างไรให้สิ่งที่เป็นวัตรปฏิบัตินั้น
    เป็นพาหนะนำไปสู่การสอนธรรมะ
    ได้ด้วย

  3. สิ่งหนึ่งที่ท่านพุทธทาสได้ริเริ่มไว้
    คือการนำคำแปลเป็นภาษาไทย
    มาใส่ไว้ด้วยในบทสวดทำวัตร
    ประจำวันซึ่งมักเป็นภาษาบาลี
    ที่คนทั่วไปยากจะเข้าใจ แต่
    คุณสุลักษณ์เสนอเพิ่มเติมไป
    กว่านั้นอีกว่าควรจะมีการตีความ
    ศีลข้อที่เจ็ดใหม่ด้วย ว่าให้พระ
    ภิกษุละเว้นจากสิ่งบันเทิงทุก
    รูปแบบ ซึ่งในพระวินัยนั้น
    กำหนดห้ามเฉพาะสิ่งบันเทิง
    ที่มีลักษณะล่อใจให้หลงติดใน
    ทางกาม อันเป็นหนทางนำไป
    สู่ความประพฤติชั่วไว้เท่านั้น

  4. คุณสุลักษณ์กล่าวต่ออีกว่า สิ่ง
    ที่พระพุทธศาสนานิกายเถรวาท
    ยังขาดอยู่ ก็คือวัตรปฏิบัติหรือ
    คำสั่งสอนที่สอนให้เห็นความ
    ไม่ถูกต้องของลัทธิบริโภคนิยม
    ในแง่ที่ว่าเทคโนโลยีสมัยใหม่
    และความลุ่มหลงในความสะดวก
    สบายด้านวัตถุก่อให้เกิดการ
    ทำลายธรรมชาติ และการเบียด
    เบียนสัตว์โลกอื่นๆ อย่างไร

  5. "ถ้าเราปล่อยให้สวนโมกข์ตก
    ยุคสมัย ถ้าเราขาดแคลนพระ
    ภิกษุที่สามารถเข้าถึงแก่นของ
    หลักธรรมและนำมาประยุกต์ใช้
    เพื่อลดกระแสเชี่ยวของพลังลัทธิ
    วัตถุนิยม ทุนนิยม และบริโภคนิยม
    ให้อ่อนกำลังลงแล้วไซร้ สภาพ
    เช่นนี้ก็ไม่ต่างอะไรจากการที่
    เราปล่อยให้ท่านพุทธทาสมรณภาพ
    ไป คุณค่าทุกประการของท่านก็
    จะจำกัดอยู่เพียงสิ่งที่ท่านเขียน
    ไว้ในหนังสือเท่านั้น"

ย่อหน้าที่ 6
โครงสร้างประโยคไม่มีอะไรซับซ้อน มีเพียงการเลือกใช้คำให้เหมาะกับลักษณะของภาษาในต้นฉบับ
ซึ่งเป็นเรื่องทางศาสนาและมีลักษณะเป็นทางการเท่านั้นค่ะ เช่นใช้คำว่า ชาติกาล เป็นการถ่ายทอด
ความหมายของวลีว่า the centennial of Bhuddhadasa's birth คำว่า a scheme (n.
แผนการหนึ่ง) แต่คำแปลนี้ไม่เข้ากับบริบทค่ะ เราควรแปลแบบเอาความว่า วิธีการหนึ่ง ส่วน
accessible (adj. สามารถเข้าไปถึงได้ สามารถนำมาใช้ได้ สามารถเข้าใจได้) ดิฉันใช้ว่า เข้าถึง
ในความหมายที่เป็นทั้งการหามาอ่านได้ และทำความเข้าใจได้

ย่อหน้าที่ 7-8
ปกติในภาษาไทยเรามักละการแปล article ไว้ทั้งๆ ที่มีความหมายเป็นอย่างยิ่งในภาษาอังกฤษ
ตัวอย่างเช่น ประโยค A man is here to see you. เราก็จะแปลว่า "มีคนมาหาคุณแน่ะ" เพราะ
ถ้าแปลว่า "ผู้ชายคนหนึ่งมาที่นี่เพื่อพบคุณ" คนอ่านก็จะหงุดหงิดว่าภาษาไทยอะไรเนี่ย เราจะแปล a
ไว้ด้วยเช่น ที่แปล a more difficult task ว่า งานหนึ่งที่ยากกว่า นั้นก็ต่อเมื่อต้องการสื่อให้
ทราบว่าเป็นนัยว่า นอกจากงานนี้แล้วยังมีงานอื่นอีกหลายงานค่ะ

rituals (n. สิ่งที่ปฏิบัติเป็นประจำ หรือเป็นธรรมเนียม) ดิฉันใช้คำว่า วัตรปฏิบัติ วัตรหมายถึงการ
กระทำที่ทำสม่ำเสมอเป็นกิจวัตร เมื่อพิจารณาตามความหมายในย่อหน้าที่ 8 จะเห็นว่าวัตรปฏิบัติที่ว่านี้
ได้แก่การสวดมนต์ประจำวัน (daily prayer) หรือที่เรียกกันว่าทำวัตรเช้า ทำวัตรเย็นนั่นเอง

reinterpret (v ตีความ; แสดงความหมายที่ต้องการถ่ายทอดออกมาในรูปของการแสดง) ส่วน re-
เป็น prefix หมายถึง อีกครั้งหนึ่ง คำนี้มีที่ใช้อยู่สองที่คือในย่อหน้าที่ 7 และ 8 เนื่องจาก rituals (วัตรปฏิบัติ) และ precept (n. ศีล หรือข้อห้าม) เป็นสิ่งที่คุณสุลักษณ์อยากให้มีการนำมาตีความหรือ
พิจารณาความหมายกันใหม่ อย่างไรก็ตามในย่อหน้าที่ 7 นี้ดิฉันไม่ได้แปลคำ reinterpret ออกมา
อย่างชัดเจนอย่างในย่อหน้าที่ 8 เนื่องจากเห็นว่าประโยคแปลนั้นรวมเอาความหมายของคำนี้ไว้แล้วค่ะ

สำหรับโครงสร้างประโยคในย่อหน้าที่ 8 นั้น มีส่วนขยายของ daily prayer เป็น past participle
phrase โดยมีเครื่องหมาย มหัพภาค คั่นไว้ ลักษณะการวางส่วนขยายเช่นนี้ไม่มีในภาษาไทยค่ะ และ
มักเป็นปัญหาในการอ่านภาษาอังกฤษสำหรับผู้ที่ยังไม่คุ้นมากทีเดียว ดิฉันมักแนะนำให้นักศึกษา
อ่านข้ามข้อความขยายเช่นนี้ไปก่อน เมื่อแปลก็จะได้เป็นข้อความว่า ท่านพุทธทาสริเริ่มนำเอา
คำแปลเป็นภาษาไทยมา...
แล้วจึงตามด้วยข้อความขยายดังกล่าว

introduce (v. แนะนำหรือนำมาใช้เป็นครั้งแรก) ดิฉันใช้คำว่า ริเริ่ม เพราะคำว่า แนะนำ นั้นจะทำ
ให้ผู้อ่านเข้าใจผิดว่าท่านเพียงแต่แนะนำ ยังไม่ได้มีการลงมือปฏิบัติ

esoteric (adj. มีลักษณะที่คนเข้าใจยาก และน้อยคนที่จะชอบ)
vernacular (adj. ลักษณะภาษาชนิดที่คนทั่วไปใช้กันอยู่)
precept (n. ศีล หรือข้อห้าม) แต่เนื่องจากเป็นการกล่าวถึงข้อห้ามของพระภิกษุสงฆ์ ดิฉันจึงใช้ว่า
พระวินัย

enticing ( present participle ล่อใจให้ละทิ้งสิ่งหนึ่งเพื่อไปหาอีกสิ่งหนึ่ง) ล่อใจให้หลงติด ก็น่าจะ
เหมาะในที่นี้

indecorum (n. ความประพฤติเสื่อมเสีย) ตรงนี้ดิฉันอยากขอให้ท่านผู้อ่านสังเกตด้วยว่าศัพท์ที่ยกมา
ทุกคำนี้ล้วนเป็นคำที่ใช้อย่างเป็นทางการทั้งนั้นค่ะ

ย่อหน้าที่ 9
เครื่องหมาย —แสดงว่าข้อความที่ตามมาเป็นข้อความขยาย ลักษณะนี้ใช้มากในการเขียนภาษาอังกฤษ
แต่เนื่องจากภาษาไทยไม่มี จึงต้องเชื่อมด้วยวลีว่า ในแง่ที่ว่า indulgence (n. ปล่อยตัวปล่อยใจ
ให้อยู่กับบางอย่าง ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของความสนุกสนาน แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งที่ไม่ดีเสมอไป) ใน
เรื่องนี้ดิฉันใช้คำภาษาไทยว่า ลุ่มหลง ซึ่งมีความหมายในทางไม่สู้ดี แต่สำหรับกับบริบทนี้ก็สามารถ
ใช้ได้ค่ะ

exploitation (n. การใช้อย่างไม่ถูกต้อง มักเป็นในเชิงทำลาย) เบียดเบียน จึงเหมาะค่ะ

ย่อหน้าที่ 10
gist (n. ใจความสำคัญของข้อความ หรือแก่น) tame (v. ทำให้เชื่อง) คำหลังนี้เป็นการใช้คำอย่าง
อุปมาอุปมัยว่าต้องการลดกระแสเชี่ยวของพลังลัทธิวัตถุนิยม ทุนนิยม และบริโภคนิยมลง ส่วนคำว่า
word นั้นดิฉันไม่อยากแปลตรงๆ ว่า คำ แต่ใช้วลีว่า สิ่งที่ท่านเขียนไว้ เพราะคิดว่าในบริบทนี้
มีความหมายมากกว่า คำ ตรงตามตัวอักษร แต่ว่าเป็นทุกอย่างที่ท่านเขียนไว้ แต่โดยที่ไม่มีการ
นำไปปฏิบัติค่ะ

จนกว่าจะพบกันใหม่ สวัสดีค่ะ


  • This lesson is prepared by Asso.Prof. Kasemsri Vonglertvidhya, a former lecturer in English and Linguistics at Western Language Department, Srinakarinwirot University (Bangkhen Campus). She is now Director of English Language Training Program, Faculty of Education, SWU, and a freelance translator.

    Back to our home page

    Read our other translate it columns here.

    | Comments to Ajaan Sunee at suneec@bangkokpost.co.th |
    | © The Post Publishing Public Co., Ltd.
    All rights reserved 2002

    Last modified: August 25, 2003
    |