|
คำอธิบาย
ดิฉันเห็นด้วยกับ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ วรนาถ วิมลเฉลา ผู้ประพันธ์หนังสือที่มีคุณค่าและมีประโยชน์
อย่างยิ่งกับวงการการสอนแปล คือหนังสือชื่อ คู่มือสอนแปล ท่านกล่าวว่า
การแปลแบบ "เอาคำ และ
ความ" ซึ่งเป็นการแปลที่มุ่งความถูกต้องทั้งของเนื้อความในต้นฉบับ
และรูปแบบท่วงทำนองการ
เขียนของภาษาต้นฉบับด้วยนั้น เป็นการแปลที่ควรให้ความสำคัญก่อน
เมื่อทำได้ชำนาญแล้ว
ค่อยพัฒนาเป็นงานแปลแบบ "เอาความ" ในภายหลัง
ท่านอธิบายการแปลแบบ
"เอาความ" ว่าเป็นการแปลที่มุ่งรักษาใจความหลักของต้นฉบับไว้เท่านั้น
อาจตัดหรือต่อเติมข้อความที่ไม่สำคัญขึ้นมาเองเพื่อช่วยความเข้าใจของผู้อ่าน
โดยไม่เน้น
ความตรงกันของรูปแบบ งานแปลชนิดนี้มักเป็นประเภทนวนิยาย (เก็บความจากหน้า
8-9 ใน คู่มือ
สอนแปล 2543)
การทำงานแปลโดยเริ่มจากแปลแบบ"เอาคำและความ"
ก่อนนั้น ดิฉันคิดว่ามีประโยชน์ในแง่ของ
การระมัดระวังความถูกต้องของเนื้อความด้วย เมื่อปรับเป็นแบบ
"เอาความ" เนื้อหาจะได้ไม่ตกหล่น
เป็นการให้เกียรติกับต้นฉบับและให้ผู้อ่านได้รับสารที่ถูกต้องครบถ้วนอย่างที่ผู้เขียนต้องการ
ซึ่งนั่น
คือหน้าที่ของผู้แปล ผู้แปลไม่ได้มีหน้าที่ตัดหรือเติมสิ่งที่ไม่มีอยู่ในต้นฉบับได้ตามใจชอบ
ฉะนั้น การ
ปรับบทแปลจึงน่าจะได้แก่การจัดลำดับการนำเสนอใหม่ การเพิ่มหรือลดคำบางคำตามลักษณะ
งานเขียนที่สละสลวยในภาษาไทยหรือเพื่อความเข้าใจของผู้อ่าน และการตัดทอนเนื้อความที่ซ้ำกันค่ะ
บทแปลที่ท่านอาจจะได้อ่านแล้วทางซ้ายมือคือสำนวนแปลแบบ "เอาความ"
ดิฉันอยากขอให้ท่าน
อ่านบทแปลแบบ "เอาคำและความ" ข้างล่างนี้เปรียบเทียบกัน หากท่านอ่านไปพร้อมกับขีดเส้นใต้
ข้อความที่ตรงกันระหว่างสองสำนวน ก็จะเห็นว่ามีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งของเนื้อความ
การเติม
หรือตัดทอนแค่ไหน อย่างไรบ้างค่ะ
| หนูหยุดเครื่องบิน |
|
หนูที่หนีหลุดไปจากกรงตัวหนึ่งเป็นเหตุให้เครื่องบินลำหนึ่งของสายการบินสวิส
ต้องจอดอยู่เฉยๆ เป็นเวลากว่าหนึ่งวัน ขณะที่เจ้าหน้าที่สายการบินปล่อยกาซ
คาร์บอนไดออกไซด์เข้าไปในห้องเก็บสัมภาระในเครื่องบินเพื่อกำจัดเจ้าหน
ูล่องหนตัวนี้ หนูตัวนี้ซึ่งส่งมาจากเม็กซิโกไปยังห้องปฏิบัติการทดลองแห่งหนึ่ง
ได้หนีหลุดออกจากกรงขณะอยู่ในเที่ยวบินจากบอสตันมายังซูริคเมื่อวันพุธ
โฆษกของสายการบินสวิส อินเตอร์เนชั่นแนล แอร์ไลน์ส แถลงข่าวเมื่อวันศุกร์
เพื่อป้องกันไม่ให้หนูไปแทะสายเคเบิลหรือสัมภาระในเที่ยวบินต่อๆ
ไป ทาง
สายการบินจึงกำจัดหนูด้วยวิธีรมกาซคาร์บอนไดออกไซด์ โดยปล่อยกาซ
เข้าไปในห้องเก็บสัมภาระบนเครื่องบินและปล่อยทิ้งไว้ 24
ชั่วโมง โฆษกยัง
กล่าวอีกว่าถ้าใช้เนยแข็งหรือแมวล่อเจ้าหนูซึ่งมีคนตั้งสมญานามให้ว่า
สปีดี
กองซาเลส ออกมา "อาจจะเสียเวลากว่านี้มาก" และวิธีนี้ก็ไม่ทำให้หนู
เจ็บปวด แต่ก็ไม่มีใครได้พบเห็นหนูตัวนี้เลย
เหตุการณ์นี้ทำให้สายการบินต้องยกเลิกเที่ยวบินไปกลับซูริค
นิวยอร์ค และ
ต้องจัดให้เครื่องบินเปลี่ยนทิศทางการบินจากเจนีวาเพื่อไปรับผู้โดยสารที่
ตกค้างอยู่
|
ส่วนเรื่องศัพท์ในเรื่องนี้ไม่มีคำยาก
เพียงแต่ต้องหาความหมายของคำให้เหมาะสมค่ะ ที่น่ากล่าวถึงได้แก่
a
missing mouse แปลตรงๆ ก็คือหนูที่หายไป แต่ถ้าให้เข้ากับเนื้อความควรเป็น
หนูที่หนีหลุดไป
grounded
คือกักบริเวณ ใช้กับเครื่องบินคือจอดอยู่เฉยๆ ไม่ได้ขึ้นบิน
container
คือภาชนะบรรจุ เมื่อใส่หนูเป็นๆ ก็ควรเรียกว่า กรง
rodent
Houdini คำว่า rodent คือสัตว์จำพวกที่มีฟันคู่หน้าสำหรับกัดแทะ
จึงได้แก่ พวก
หน ูกระรอก กระแต กระต่าย เป็นต้น Houdini เป็นชื่อนักมายากลชื่อก้องโลกซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว
กลที่ทำชื่อเสียงให้เขามากที่สุดคือ การล่องหนหายตัว ซึ่งกลายมาเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของเขา
ดิฉันจึงนำเอาคำว่า ล่องหน มาใช้ ซึ่งในบริบทนี้น่าจะดีกว่าแปลตรงๆ
ว่า เจ้าหนูฮูดินี ที่ผู้อ่านที่
ไม่ทราบภูมิหลังจะไม่เข้าใจ (ยกเว้นในงานแปลที่เป็นทางการ ต้องคงคำเดิมไว้
แต่ใช้วิธีอธิบาย
ในวงเล็บต่อท้าย หรือใส่ในเชิงอรรถค่ะ)
future
flights จะแปลว่า "เที่ยวบินอนาคต" อาจทำให้นึกถึงเที่ยวบินในศตวรรษหน้า
จึงใช้
คำว่า เที่ยวบินต่อๆ ไป แทน
hold
ในเครื่องบินหรือในเรือก็คือที่เก็บสัมภาระ Speedy Gonzales
มีหนูตัวหนึ่งที่ชื่อนี้
เป็นตัวเอกในภาพยนตร์การ์ตูน หนูตัวนี้เชื้อชาติเม็กซิกันความสามารถพิเศษคือเดินทางได้เร็ว
มากประดุจจรวด คิดว่าผู้ตั้งชื่อเจ้าหนูตัวต้นเหตุนี้ว่า สปีดี
กองซาเลส คงมาจากแหล่งที่มาคือ
เม็กซิโกของมัน และที่มันหายตัวไปนั่นเองค่ะ
stranded
มักใช้ในรูปของ passive voice ในที่นี้เราเห็นเป็น past participle
ขยาย
passengers ความหมายก็คือผู้ที่ถูกทิ้งไว้ และไม่มีปัญญาไปไหนได้
ส่วนใหญ่เพราะขาดเงิน
ในที่นี้ใช้ในความหมายว่าผู้โดยสารตกค้าง กำลังคอยเครื่องบินมารับ
(ไม่มีปัญญาไปไหนเหมือน
กันค่ะ) จนกว่าจะพบกันใหม่
สวัสดีค่ะ
|