|
คำอธิบาย
ในตอนที่สองนี้ไม่ค่อยมีศัพท์ยาก
แต่สิ่งที่น่าสนใจคือการใช้รูปประโยค passive ท่านที่ติดตาม
อ่านคอลัมน์นี้คงอ่านพบเสมอว่า ผู้เขียนหลายท่านมักกล่าวว่าควรหลีกเลี่ยงคำว่า
"ถูก" เนื่องจาก
เป็นคำที่ใช้ในความหมายที่ไม่ดี เมื่อใช้ในรูปประโยค passive เช่นถูกลงโทษ
ถูกใส่ความ ถูก
ขโมย เป็นต้น (ยกเว้นเมื่อใช้เป็นกริยาแท้ของรูปประโยค active
เช่น ถูกลอตเตอรี่ ถูกใจ ถูกคอ)
ถ้ามองแค่นี้ก็จะรู้สึกว่ารูปประโยค passive ของไทยเรามีที่ใช้แคบมาก
ที่จริงไม่ใช่เช่นนั้นหรอกค่ะ
เรายังมีวิธีการใช้รูปประโยค passive โดยไม่ต้องใช้คำว่า "ถูก"
อีกหลายวิธี ดังที่ท่านจะได้เห็นใน
ตัวอย่างงานแปลชิ้นนี้
รูปประโยค
passive นั้นเปลี่ยนแปลงไปจากรูปประโยค active สองประการคือ
1) การสลับที่ระหว่างประธานกับกรรม และ
2) การเปลี่ยนรูปกริยาโดยเติม กริยาช่วย be และเปลี่ยนกริยาแท้เป็นรูปของกริยาช่องสาม
เช่น
They will arrange the conference in two week's time.
เมื่อเปลี่ยนเป็นรูปประโยค
passive จะได้ว่า The conference will be arranged in two week
's time. เมื่อ
แปลเป็นภาษาไทยว่า การประชุมจะถูกจัดขึ้นในอีกสองอาทิตย์ ฟังไม่ค่อยเหมือนภาษาไทยเท่าไหร่
นักใช่ไหมคะ แต่ถ้าใช้ว่า จะมีการประชุมในอีกสองอาทิตย์ ก็จะดีกว่า
หรือ การประชุมจะมี
ขึ้นในอีกสองอาทิตย์ ก็ได้ เป็นการเลี่ยงการใช้คำว่า "ถูก"
อารัมภบทมายาวมากแล้วนะคะ
เรามาดูในแต่ละย่อหน้ากันดีกว่า
ย่อหน้า
7
ย่อหน้านี้มีรูปประโยค
passive อยู่ตรงอนุประโยค ...where Thai handicrafts are
screened and selected before being placed... ที่ขยาย venue
(n. สถานที่พบปะ
ทำกิจกรรม) ในภาษาไทยใช้รูปประโยค active ที่ผสมกลมกลืนไปกับบริบทได้เลยว่า
เป็นที่ที่
คัดกรองและเลือกสรรสินค้าก่อนจะส่งไปจำหน่าย...
คำว่า
gift shops ดิฉันใช้ทับศัพท์ เนื่องจากเห็นว่าเป็นคำที่ผู้อ่านคุ้นเคยดีกว่าที่จะแปลว่า
ร้านขายของขวัญ ค่ะ
ย่อหน้าที่
8
ดิฉันเปลี่ยน
He เป็นชื่อเนื่องจากเกรงว่าท่านผู้อ่านบางท่านที่ไม่ได้อ่านตัวอย่างบทแปลตอน
ที่หนึ่งจะไม่ทราบว่าหมายถึงใคร up to now มีความหมายว่าตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบัน
วลีที่
สวยกว่าควรเป็น เท่าที่เป็นอยู่ขณะนี้
skills
(n. ทักษะ ความชำนาญ) to liaise (V.ทำงานร่วมกัน และถ่ายทอดข้อมูลให้ทราบ
ระหว่างกัน) ถ้าแปลตรงตัวว่า ขาดความชำนาญในการเป็นคนกลาง ก็จะเป็นวลีที่ไปด้วยกัน
ได้ไม่เหมาะในภาษาไทย เพราะการเป็นคนกลางไม่ต้องถึงกับใช้ความชำนาญ
ควรเป็น
ความถนัด มากกว่า ถนัด นี้เป็นคำที่มีความหมายเอนมาทางความคล่องตัว
(ในเรื่องนี้
หมายถึงการขาดความคล่องตัวด้านภาษาไทย ทำให้สื่อสารกับผู้ผลิตได้ยาก)
ในขณะที่ ทักษะ
นั้นมีความหมายเอนไปทางความชำนาญซึ่งเกิดจากการได้พบเห็นหรือทำบ่อยๆ
ย่อหน้าที่
9
monitor
(v. เฝ้าดู เฝ้าระวัง คอยติดตามดูความเปลี่ยนแปลงหรือความก้าวหน้าในช่วงเวลาหนึ่ง)
ท่านผู้อ่านคงเห็นว่าคำแปลเหล่านี้แม้จะสื่อภาษาได้แต่ก็ไม่สวยเท่ากับคำว่า
สอดส่อง ซึ่งมี
ความหมายอย่างเดียวกัน ใช่ไหมคะ
ในประโยคที่สองนั้น
เมื่อแปลสำนวนแรกที่ยังไม่มีการขัดเกลาดิฉันแปลตรงตัวว่า แล้วทางศูนย์ก็จะ
บอกไปทางผู้ผลิตว่าลูกค้าต้องการอะไร แต่เมื่อถึงขั้นเกลาสำนวนดิฉันก็รู้สึกว่าเป็นข้อความที่ว่า
ว่าลูกค้าต้องการอะไร นี้แม้จะตัดออกผู้อ่านก็เข้าใจได้ดี
และดูจะกระชับกว่าเสียด้วย จึงเลือกที่จะ
ตัดออกค่ะ เพราะเห็นว่าข่าวเป็นข้อความที่อยู่ในข่ายของการแปลเอาความได้
ย่อหน้าที่
10
รูปประโยค
passive ในต้นฉบับว่า ...that eastern style handicrafts are
divided
into two grades. ในภาษาไทยข้อความนี้ไม่ต้องใช้รูปประโยค
passive เลยค่ะ
ย่อหน้าที่
11
ถ้าจะแปลกริยาวลี
had been successful in adapting styles... ว่า ประสบความสำเร็จ
ในการปรับรูปแบบ... ก็ได้ค่ะ เพียงแต่ดิฉันรู้สึกว่าเป็นสำนวนที่แข็งไปนิดเพราะมีลักษณะเป็น
ทางการซึ่งไม่ใช่สำนวนของการเขียนข่าว จึงคิดว่า รู้จักปรับ...เป็นอย่างดี
น่าจะเหมาะกว่า
คำว่า
darker จะแปลว่าสีคล้ำขึ้น สีแก่ขึ้น ก็ไม่เหมาะจะใช้กับผลิตภัณฑ์
และอาจทำให้เข้าใจผิด
ว่าสีเปลี่ยนเป็นคล้ำหรือแก่เพราะอิทธิพลจากภายนอก เช่นแสงแดดหรือความเก่าแก่
ฉะนั้น สีขรึม
จะดีกว่าค่ะ
ย่อหน้าที่
12
applied มีความหมายว่า นำมาใช้; ประยุกต์ใช้ applied
design จึงหมายถึงรูปแบบที่มีการ
นำมาประยุกต์ให้เหมาะสม
จนกว่าจะพบกันใหม่ สวัสดีค่ะ
|