|
ชื่อบทความ
ชื่อบทความนี้แม้จะใช้คำง่ายๆทุกคำ
แต่ต้องหาคิดคำที่เหมาะอยู่นานค่ะ เริ่มด้วยคำว่า fight
ที่ทุก
คนทราบว่าคือการต่อสู้ แต่ดูหนักหนาสาหัสเกินไปที่จะใช้กับแค่ความรำคาญที่ได้รับจากอีเมลขยะ
สุดท้ายดิฉันจึงเลือกคำว่า การต่อกร ban (v. ห้าม)
ซึ่งถ้าเติมแล้ว ก็จะได้ชื่อของเรื่องว่า การต่อกร
เพื่อห้ามไม่ให้มีอีเมลไร้สาระ แต่ดิฉันคิดว่าถ้าไม่ใส่ก็ไม่ได้ทำให้ความหมายของข้อความเสียไป
และเพราะนี่เป็นชื่อเรื่องจึงต้องการความสั้นกระชับ ดังนั้นไม่เติมดีกว่าค่ะ
ส่วนคำว่า
email ในหนังสือ ศัพท์คอมพิวเตอร์ ฉบับราชบัณฑิตยสถานให้ใช้ได้สองแบบ
คือแบบ
ทับศัพท์ว่า อีเมล กับแบบแปลความ ว่าจดหมายอีเล็กทรอนิกส์ สุดท้าย
tasteless หรือไร้รสชาติ
นั้น ผู้เขียนใช้คำนี้เพื่อโยงให้เข้ากับความหมายของคำว่า
spam ซึ่งจะอธิบายในเนื้อความของ
ย่อหน้าที่สอง การแปลจึงต้องคิดอิงกับความหมายที่อธิบายไว้นั้น
ได้เป็นคำว่า ไร้สาระ หรือจะ ขยะ ก็
ได้ค่ะ
ย่อหน้าที่
1
ในย่อหน้านี้มีประโยคที่แปลตรงตามรูปประโยคในต้นฉบับไม่ได้เป็นส่วนใหญ่
เริ่มจาก and the
theft continues to grow ที่ต้องปรับให้เป็นสำนวนไทยว่า นับวันก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้น
โดยละ
คำว่า ขโมย ไว้เนื่องจากเป็นข้อความที่ต่อมาจากประโยคแรก
ภาษาไทยเราไม่ต้องเติมประธาน
ทุกครั้งที่เริ่มต้นประโยคใหม่ เหมือนภาษาอังกฤษ ส่วนประโยคที่สองและสามก็แปลตรงๆ
ไม่เหมาะ
อีกเหมือนกันค่ะ คำว่า otherwise (adv. ใช้ในความหมายว่า
หากไม่เป็นเช่นนั้นก็จะเป็นอีกสิ่งที่
ตรงข้าม เช่น"เวลา" นี้หากไม่เสียไปกับการกำจัดอีเมลขยะก็จะได้ใช้ให้เป็นประโยชน์ได้)
เมื่อพบ
ประโยคที่แปลตรงๆ แล้วไม่สวยเช่นนี้ ดิฉันจะใช้วิธีอ่านให้เข้าใจและถ่ายทอดความหมายนั้นให้
ออกมาเป็นภาษาไทยที่ดีและเก็บความให้ครบถ้วนค่ะ อย่างนี้เรียกว่าวิธีแปลแบบเอาความ
ดังที่เคย
พูดถึงมาแล้วในบทแปลก่อนๆ
ย่อหน้าที่ 2
ประโยคแรก
คำที่ทำให้ต้องคิดมากอยู่ที่ aggravatingly (adv มีความหมายว่าทำให้โกรธหรือ
รำคาญ) ขยาย familiar (adj. คุ้นเคย รู้จักดี) หากแปลตรงๆว่า
...กลายเป็นความคุ้นเคยที่น่า
รำคาญ ... จะหมายความได้อีกแง่หนึ่งว่า ความคุ้นเคย (ที่เดิมไม่ได้รำคาญ)
มาขณะนี้กลายเป็น
ความน่ารำคาญไป ซึ่งผิดความหมายจากต้นฉบับ วลีนี้จึงต้องเลี่ยงไปใช้ว่า
กลายเป็นสิ่งที่ต้อง
ทำอยู่เสมอด้วยความรำคาญ
คำว่า
only to สื่อความหมายว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นทันทีโดยไม่ได้คาดหมาย
และเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยถูกใจ
อย่างเช่นโฆษณาที่โผล่ขึ้นมาบนจอ ฉะนั้นหากแปลว่า เพียงเพื่อจะพบ...
อย่างที่ชอบแปลกันจึงไม่น่า
จะเหมาะค่ะ ใจดิฉันอยากใช้คำว่า "จ๊ะเอ๋" แทนคำว่า พบ
ด้วยซ้ำเพราะให้ความหมายว่าโผล่ขึ้นมา
ทันที แต่ดูเป็นภาษาพูดมากเกินไป เลยเปลี่ยนใจไม่ใส่ไว้ค่ะ
to
pick someone's way คือการก้าวเดินอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้ไปเหยียบอะไรเข้า
ในที่นี้นำ
มาใช้ได้อย่างเหมาะเจาะทำให้เห็นภาพของการที่ต้องหาทางหลบหลีกโฆษณาเหล่านี้ที่คอยแต่จะโผล่
ขึ้นมากว่าจะได้อ่านอีเมลที่ต้องการ ส่วนการใช้คำว่า บ้าเลือด
นั้นปรับมาจากความหมายของคำว่า
massive (adj. ใหญ่โตมโหฬาร) ซึ่งในที่นี้หมายถึง ปริมาณ
มากกว่า ขนาด ค่ะ
delete
(v. กำจัด, เอาออก) เมื่อแปลให้เข้ากับกริยาของคนที่ใช้อินเทอร์เน็ต
คือต้องกดเม้าส์เพื่อ
กำจัดสิ่งที่โผล่ขึ้นมาบนจอ จึงใช้ว่า กดทิ้ง กดทิ้ง...
ประโยคที่ขึ้นต้นด้วย
Nor จะมีการสลับที่ระหว่างกริยาช่วย หรือกริยา to be
กับประธาน (ในประโยค
นี้คือ was กับ most of these unwelcome missives in the inbox)
ฉะนั้นเมื่อเขียนเป็นประโยค
ปกติจะได้ว่าMost of these unwelcome missives in the inbox
was not the virtual
equivalent of the junk mail in our real mailbox, either.
missive
(n.จดหมายที่มีผู้เขียนส่งมาให้) virtual (adj. พอจะกล่าวได้ว่า)
to turn off (v. ปิด
เช่น การปิดน้ำ ปิดไฟ) ในที่นี้คือการปิดภาพโฆษณาบนจอ จึงใช้ว่า
กำจัดออกไปจากหน้าจอ ค่ะ
บทแปลวันนี้มีสิ่งที่น่าสนใจและน่าอธิบายมากมายเหลือเกินจนไม่อาจทำได้ครบถ้วนในคราวเดียว
คง
ต้องขออนุญาตต่อคราวหน้าค่ะ สวัสดีค่ะ
เกษมศรี วงศ์เลิศวิทย์
|