| about this site | who we are | site map | reading tips | teaching tips | student tips | build vocab |
| teaching vocab | hot links | visit Thai school | Bangkok Post | Post books | student weekly | home


Tuesday, June 24, 2003

"Translate It" is designed for the many people who are required to translate English into Thai. It will also be useful for those who like some Thai-language support for their English lessons. These lessons are also very popular with expatriates who are learning Thai at an advanced level.

FOR THAI-WINDOWS 95 USERS, *THIS PAGE IS BEST VIEWED IN CordiaUPC (14 pt) OR OTHER UPC THAI-COMPATIBALE FONTS SUCH AS LILY, DILLENIA, EUCROSOCIA, FREESIA OR IRIS*

FOR INTERNATIONAL USERS, THAI FONTS CAN BE OBTAINED FROM THE FOLLOWING URL: http://thaigate.nacsis.ac.jp/files/thaifonts.html

..............................................................


สวัสดีค่ะ
วันนี้อ่านพบบทความวิเคราะห์วิจารณ์บทหนึ่งในหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ที่ถูกใจมากค่ะ และคิดว่าคง
จะถูกใจท่านผู้อ่านอีกหลายท่านที่ต้องใช้อีเมลอยู่ทุกวัน และบทแปลวันนี้ก็มีรูปประโยคน่าสนใจมาก
รวมทั้งศัพท์ทางคอมพิวเตอร์ด้วยค่ะ


The fight to ban tasteless email

  1. Foreign invaders have stolen millions of baht from Thai internet users, and the theft continues to grow. Dealing with email advertising consumes hours of otherwise productive time. No solution to the spam problem is in sight.

  2. The daily routine of five million Thais has become aggravatingly familiar. They log in to their Internet accounts and check their email, only to encounter massive advertising. The Internet subscribers pick their way through their email notices, usually something like delete-delete-delete read delete-delete. Nor are most of these unwelcome missives in the inbox the virtual equivalent of the junk mail in our real mailboxes, either. Almost all come from abroad. There seems no way to turn them off.

  3. The electronic detritus is a worldwide phenomenon, known in several hundred languages by a common word - spam. The word is actually a trade name for a "spiced ham" sold in America since 1937. The name was turned into a jokey synonym for "tasteless meat" in a famous skit by the loony Monty Python group in Britain. Fans who happened to be computer users turned to the word yet again in the 1990s, by using it to describe tasteless, mass-mailed, internet messages. Spam with a small "s" has become a description in every nation with a net connection.

การต่อกรกับอีเมลไร้สาระ

  1. มีผู้บุกรุกชาวต่างชาติที่เข้ามาปล้น
    เงินจากคนไทยที่ใช้อินเทอร์เน็ต
    ไปนับล้านบาท และนับวันก็จะยิ่ง
    มากขึ้น เนื่องจากเวลาที่น่าจะใช้
    ให้เป็นประโยชน์กลับต้องมาใช้
    กำจัดโฆษณาอีเมลขยะเหล่านี้
    มิหนำซ้ำยังมองไม่เห็นทางแก้ของ
    ปัญหานี้อีกด้วย

  2. สิ่งที่คนไทยห้าล้านคนทำอยู่ทุก
    วันนี้กลายเป็นสิ่งที่ต้องทำอยู่เสมอ
    ด้วยความรำคาญ เพราะเมื่อเข้า
    ไปตรวจดูจดหมายในอินเทอร์เน็ต
    ที่มีผู้ส่งมาให้ กลับต้องพบกับ
    โฆษณาบ้าเลือด ที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ต
    ต้องคอยหลบหลีกสารพัดประกาศ
    ข่าวพวกนี้ประมาณว่าด้วยวิธี กดทิ้ง
    - กดทิ้ง - กดทิ้ง อ่าน กดทิ้ง - กดทิ้ง
    เลยทีเดียว ส่วนใหญ่แล้วพวก
    จดหมาย ที่ไม่มีใครอยากได้ใน
    ตู้ไปรษณีย์อินเทอร์เน็ตนี้จะไม่
    เหมือนกับที่ส่งไปตามตู้ไปรษณีย์
    ธรรมดา เพราะมักมาจากต่าง
    ประเทศ และดูทีท่าว่าจะไม่มีวิธี
    ใดสามารถกำจัดให้ออกไปจาก
    หน้าจอได้เสียด้วย

  3. ขยะอีเล็กทรอนิกส์เหล่านี้อาละวาด
    ไปทั่วโลก รู้จักกันดีในทุกภาษาใน
    ชื่อสามัญว่า สแปม (spam) จริงๆ
    แล้วคำนี้มาจากชื่อสินค้าชนิดหนึ่ง
    คือ หมูแฮมปรุงรส (spiced ham)
    ออกจำหน่ายในอเมริกาตั้งแต่ปี
    1937 ต่อมากลายเป็นคำล้อเลียน
    สำหรับเรียก "อาหารเนื้อสัตว์ที่ไร้
    รสชาติ" ในการแสดงตลกโปกฮา
    พิลึกพิลั่นที่เป็นที่รู้จักกันดี ของคณะ
    มอนตี ไพธอน ของอังกฤษ ในปี
    ทศวรรษ 1990 ประดาแฟนๆ พวก
    ที่ใช้อินเทอร์เน็ตก็เอาคำนี้กลับมา
    ใช้อีก สำหรับเรียกจดหมายหรือ
    ข้อความไร้สาระทางอินเทอร์เน็ต
    ที่มีการส่งเหวี่ยงไปทั่วคราวละมากๆ
    สแปม จึงกลายมาเป็นคำที่ใช้อยู่
    ในทุกชาติทุกภาษาที่มีการเชื่อม
    ต่อเครือข่ายกัน

ชื่อบทความ
ชื่อบทความนี้แม้จะใช้คำง่ายๆทุกคำ แต่ต้องหาคิดคำที่เหมาะอยู่นานค่ะ เริ่มด้วยคำว่า fight ที่ทุก
คนทราบว่าคือการต่อสู้ แต่ดูหนักหนาสาหัสเกินไปที่จะใช้กับแค่ความรำคาญที่ได้รับจากอีเมลขยะ
สุดท้ายดิฉันจึงเลือกคำว่า การต่อกร ban (v. ห้าม) ซึ่งถ้าเติมแล้ว ก็จะได้ชื่อของเรื่องว่า การต่อกร
เพื่อห้ามไม่ให้มีอีเมลไร้สาระ
 แต่ดิฉันคิดว่าถ้าไม่ใส่ก็ไม่ได้ทำให้ความหมายของข้อความเสียไป
และเพราะนี่เป็นชื่อเรื่องจึงต้องการความสั้นกระชับ ดังนั้นไม่เติมดีกว่าค่ะ

ส่วนคำว่า email ในหนังสือ ศัพท์คอมพิวเตอร์ ฉบับราชบัณฑิตยสถานให้ใช้ได้สองแบบ คือแบบ
ทับศัพท์ว่า อีเมล กับแบบแปลความ ว่าจดหมายอีเล็กทรอนิกส์ สุดท้าย tasteless หรือไร้รสชาติ
นั้น ผู้เขียนใช้คำนี้เพื่อโยงให้เข้ากับความหมายของคำว่า spam ซึ่งจะอธิบายในเนื้อความของ
ย่อหน้าที่สอง การแปลจึงต้องคิดอิงกับความหมายที่อธิบายไว้นั้น ได้เป็นคำว่า ไร้สาระ หรือจะ ขยะ ก็
ได้ค่ะ

ย่อหน้าที่ 1
ในย่อหน้านี้มีประโยคที่แปลตรงตามรูปประโยคในต้นฉบับไม่ได้เป็นส่วนใหญ่ เริ่มจาก and the
theft continues to grow
ที่ต้องปรับให้เป็นสำนวนไทยว่า นับวันก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้น โดยละ
คำว่า ขโมย  ไว้เนื่องจากเป็นข้อความที่ต่อมาจากประโยคแรก ภาษาไทยเราไม่ต้องเติมประธาน
ทุกครั้งที่เริ่มต้นประโยคใหม่ เหมือนภาษาอังกฤษ ส่วนประโยคที่สองและสามก็แปลตรงๆ ไม่เหมาะ
อีกเหมือนกันค่ะ คำว่า otherwise (adv. ใช้ในความหมายว่า หากไม่เป็นเช่นนั้นก็จะเป็นอีกสิ่งที่
ตรงข้าม เช่น"เวลา" นี้หากไม่เสียไปกับการกำจัดอีเมลขยะก็จะได้ใช้ให้เป็นประโยชน์ได้) เมื่อพบ
ประโยคที่แปลตรงๆ แล้วไม่สวยเช่นนี้ ดิฉันจะใช้วิธีอ่านให้เข้าใจและถ่ายทอดความหมายนั้นให้
ออกมาเป็นภาษาไทยที่ดีและเก็บความให้ครบถ้วนค่ะ อย่างนี้เรียกว่าวิธีแปลแบบเอาความ ดังที่เคย
พูดถึงมาแล้วในบทแปลก่อนๆ

ย่อหน้าที่ 2
ประโยคแรก คำที่ทำให้ต้องคิดมากอยู่ที่ aggravatingly (adv มีความหมายว่าทำให้โกรธหรือ
รำคาญ) ขยาย familiar (adj. คุ้นเคย รู้จักดี) หากแปลตรงๆว่า ...กลายเป็นความคุ้นเคยที่น่า
รำคาญ ...
  จะหมายความได้อีกแง่หนึ่งว่า ความคุ้นเคย (ที่เดิมไม่ได้รำคาญ) มาขณะนี้กลายเป็น
ความน่ารำคาญไป ซึ่งผิดความหมายจากต้นฉบับ วลีนี้จึงต้องเลี่ยงไปใช้ว่า กลายเป็นสิ่งที่ต้อง
ทำอยู่เสมอด้วยความรำคาญ

คำว่า only to สื่อความหมายว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นทันทีโดยไม่ได้คาดหมาย และเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยถูกใจ
อย่างเช่นโฆษณาที่โผล่ขึ้นมาบนจอ ฉะนั้นหากแปลว่า เพียงเพื่อจะพบ...  อย่างที่ชอบแปลกันจึงไม่น่า
จะเหมาะค่ะ ใจดิฉันอยากใช้คำว่า "จ๊ะเอ๋" แทนคำว่า พบ ด้วยซ้ำเพราะให้ความหมายว่าโผล่ขึ้นมา
ทันที แต่ดูเป็นภาษาพูดมากเกินไป เลยเปลี่ยนใจไม่ใส่ไว้ค่ะ

to pick someone's way คือการก้าวเดินอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้ไปเหยียบอะไรเข้า ในที่นี้นำ
มาใช้ได้อย่างเหมาะเจาะทำให้เห็นภาพของการที่ต้องหาทางหลบหลีกโฆษณาเหล่านี้ที่คอยแต่จะโผล่
ขึ้นมากว่าจะได้อ่านอีเมลที่ต้องการ ส่วนการใช้คำว่า บ้าเลือด นั้นปรับมาจากความหมายของคำว่า
massive (adj. ใหญ่โตมโหฬาร) ซึ่งในที่นี้หมายถึง ปริมาณ มากกว่า ขนาด ค่ะ

delete (v. กำจัด, เอาออก) เมื่อแปลให้เข้ากับกริยาของคนที่ใช้อินเทอร์เน็ต คือต้องกดเม้าส์เพื่อ
กำจัดสิ่งที่โผล่ขึ้นมาบนจอ จึงใช้ว่า กดทิ้ง กดทิ้ง...

ประโยคที่ขึ้นต้นด้วย Nor จะมีการสลับที่ระหว่างกริยาช่วย หรือกริยา to be กับประธาน (ในประโยค
นี้คือ was กับ most of these unwelcome missives in the inbox) ฉะนั้นเมื่อเขียนเป็นประโยค
ปกติจะได้ว่าMost of these unwelcome missives in the inbox was not the virtual
equivalent of the junk mail in our real mailbox, either.

missive (n.จดหมายที่มีผู้เขียนส่งมาให้) virtual (adj. พอจะกล่าวได้ว่า) to turn off (v. ปิด
เช่น การปิดน้ำ ปิดไฟ) ในที่นี้คือการปิดภาพโฆษณาบนจอ จึงใช้ว่า กำจัดออกไปจากหน้าจอ ค่ะ

บทแปลวันนี้มีสิ่งที่น่าสนใจและน่าอธิบายมากมายเหลือเกินจนไม่อาจทำได้ครบถ้วนในคราวเดียว คง
ต้องขออนุญาตต่อคราวหน้าค่ะ สวัสดีค่ะ

เกษมศรี วงศ์เลิศวิทย์ 


  • This lesson is prepared by Asso.Prof. Kasemsri Vonglertvidhya, a former lecturer in English and Linguistics at Western Language Department, Srinakarinwirot University (Bangkhen Campus). She is now Director of English Language Training Program, Faculty of Education, SWU, and a freelance translator.

    Back to our home page

    Read our other translate it columns here.

    | Comments to Ajaan Sunee at suneec@bangkokpost.co.th |
    | © The Post Publishing Public Co., Ltd.
    All rights reserved 2002

    Last modified: June 23, 2003
    |