|
ชื่อเรื่อง
สิ่งที่ผู้แปลต้องทำความเข้าใจเป็นอันดับแรกก็คือ ชื่อบทความที่ว่า
The nose knows นั้น เรา
ไม่อาจจะแปลตรงได้ว่า "จมูกรู้" เพราะนอกจากจะดูไม่น่าสนใจแล้ว
ยังไม่สื่อความใดๆ เลยอีกด้วย
ทางที่ดีก็คือเราควรอ่านบทความให้จบเสียก่อน แล้วจึงค่อยตั้งชื่อ
ในที่นี้ ผู้แปลฟันธงได้เลยว่าต้อง
เกี่ยวข้องกับน้ำหอมแน่นอน จึงเลือกที่จะเพิ่มคำว่าน้ำหอมเข้าไปในชื่อเรื่อง
โดยอาศัยโครงสร้าง
ของสำนวน "ถูกจูงจมูก" มาใช้ เพื่อแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของน้ำหอมค่ะ
ส่วนชื่อรองนั้นที่ผู้แปลเปลี่ยน Bronx Zoo เป็น สวนสัตว์นิวยอร์ก
เนื่องจากคนไทยจะคุ้นเคย
กับนิวยอร์กมากกว่าบรองซ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในห้าตำบล (borough)
ของนครนิวยอร์ก ผู้แปลจึงตัดสินใจ
เลือกคำที่น่าจะสื่อความได้ดีกว่า เพื่อให้ผู้อ่านได้เข้าใจในทันทีว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นที่ไหน
แต่ในส่วน
ของการเล่นคำ คือ go wild ที่ผู้เขียนจงใจใช้เพื่อให้สอดคล้องกับ
cheetahs ที่เป็น wildlife
นั้น ผู้แปลไม่สามารถแปลโดยที่รักษาไว้ทั้ง "รส" และ "รูป" ได้
จึงขอเลือกเก็บแต่ความหมายและ
ตัดเรื่องเล่นคำทิ้งไปค่ะ
ย่อหน้าที่
1
พอมาถึงย่อหน้านี้
ผู้แปลจึงค่อยแปล Bronx Zoo เป็น สวนสัตว์บรองซ์
เพราะมีส่วนเสริม in
New York ช่วยให้เข้าใจอยู่แล้ว อีกประเด็นที่น่าสนใจในย่อหน้านี้
คือ ชื่อเฉพาะของน้ำหอม Calvin Klein's Obsession for Men
ซึ่งผู้แปลตัดสินใจแปลโดยใช้การถ่ายเสียง และให้
คำแปลไว้ในวงเล็บว่า หลงใหลไม่เลือน เพื่อให้ผู้อ่านได้เข้าถึงความหมายของคำอย่างถ่องแท้
เพราะอารมณ์ขันของเรื่องอยู่ที่ "เสือสาว" ชอบน้ำหอมสำหรับ "ชายหนุ่ม"
แถมชื่อกลิ่นก็ยังสอดคล้อง
กับอาการของบรรดาเสือสาวเหล่านี้อีกด้วย
ย่อหน้าที่
2
ในย่อหน้านี้ผู้แปลจงใจไม่แปลตรงตัวตามโครงสร้าง
No, they don't ... เพราะต้องการให้
บทแปลมีความสละสลวย โดยที่สามารถคงความหมายเดิมไว้ได้ แต่ปรับให้อยู่ในโครงสร้างใหม่
เพื่อที่จะสื่อความให้ผู้อ่านเข้าใจว่า พฤติกรรมความคลั่งไคล้ที่เสือเพศเมียมีต่อน้ำหอมนั้นไม่
เหมือนมนุษย์ที่มักจะแตะน้ำหอมไว้หลังใบหู แต่เหมือนสัตว์จำพวกแมวทั้งหลายที่ชอบถูหลังกับ
พื้นผิวต่างๆ คำว่า to rub up against นั้นแสดงภาพให้เราเห็นถึงอาการ
"ถูไถ" กับสิ่งที่มี
ขนาดใหญ่กว่าผู้ที่กระทำอาการนี้อยู่ผู้แปลมีความลังเลอยู่นานพอสมควรกับการเลือกใช้คำใน
ภาษาไทยที่จะแสดงให้เห็นภาพดังกล่าว แต่ในที่สุดก็มาลงตัวกับ
ถูไถ ซึ่งผู้แปลเห็นว่ามีความ
ใกล้เคียงที่สุดแล้ว
ย่อหน้าที่
3
คำศัพท์ที่น่าสนใจในย่อหน้านี้มี
2 คำ คำแรกคือ New Age ซึ่งว่าด้วยเรื่องวิถีคิด การบำบัดรักษา
และแนวทางการดำเนินชีวิตที่เน้นหนักไปในทางจิตวิญญาณและหลักธรรมบางประการ
ผลพวงของ
แนวคิดและปฏิบัติแบบ "ยุคใหม่" นี้ได้แก่ โยคะ การแพทย์ทางเลือก
การนั่งสมาธิ เป็นต้น และอีก
คำก็คือ aromatherapy ซึ่งก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของการแพทย์ทางเลือกนั่นเอง
จะเห็นว่าใน
การแปลนั้นผู้แปลปฏิบัติต่อ 2 คำนี้ต่างกัน สำหรับคำแรก ผู้แปลเลือกที่จะ
'แปล' เพราะถ้าทับศัพท์
ไปว่า 'นิวเอจ' ก็เกรงว่าจะไม่ช่วยสื่อความอะไรมากนัก ในขณะที่คำหลังนั้น
ดูจะเป็นที่คุ้นหูคนไทย
มากกว่า โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่เรื่อง 'สปา' กำลังฮิตไปทั่วบ้านทั่วเมือง
ผู้แปลตัดสินใจไม่แปลคำว่า
aromatherapy แต่ขอถ่ายเสียงเป็น อโรมาเธราพี
เพราะเป็นคำใช้กันที่แพร่หลายแล้ว (ไม้เว้น
แม้แต่บนกระป๋องแป้งเด็ก!) คำนี้มีผู้ให้คำเทียบเคียงไว้หลายสำนวน
เช่น สุคนธบำบัด สุวคนธบำบัด
พฤกษาบำบัด กลิ่นบำบัด ฯลฯ แต่เพื่อส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างผู้อ่านและผู้แปลชนิดที่ไม่ต้อง
มานั่งแปลไทยเป็นไทยอีก จึงขอตัดสินใจใช้วิธีทับศัพท์ดีกว่าค่ะ
ส่วนคำว่า healthy and happy ผู้แปลขอเลือกแปลว่า "มีความสุขทั้งกายและใจ"
เพราจะได้
สอดคล้องกับในย่อหน้าถัดไปที่ว่า both physically and psychologically
ค่ะ
ย่อหน้าที่
4
ในย่อหน้านี้
ผู้แปลมีปัญหากับการแปลคำว่า enrich โดยตัวปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความหมาย
แต่อยู่ที่
การเลือกใช้คำในภาษาไทย เพราะหาคำไม่ค่อยได้ดั่งใจนัก ในภาษาไทยไม่ปรากฏคำเดียวที่มี
ความหมายเทียบเคียงได้กับคำว่า enrich ผู้แปลจึงต้องใช้วิธีผสมคำ
และตัดสินใจใช้
พัฒนาคุณภาพ เพราะสื่อความเข้าใจได้ใกล้เคียงกับความหมาย
to improve the quality of
ของ enrich มากที่สุด
ย่อหน้าที่
5
ในย่อหน้านี้ ผู้แปลเริ่มประสบปัญหาที่ว่าด้วย she said
เพราะบทความนี้เต็มไปด้วยคำนี้ (โดย
เฉพาะในช่วงครึ่งหลังซึ่งเราจะมาคุยกันต่อในสัปดาห์หน้า) ในย่อหน้านี้
ผู้แปลจึงต้องปรับเป็น
ไดอานายังกล่าวด้วยว่า... ถึงแม้ว่าในต้นฉบับจะไม่มีคำว่า
also ก็ตาม ทั้งนี้ก็เพื่อความสละ
สลวยและความต่อเนื่องค่ะ
ย่อหน้าที่
6
ปัญหาเรื่อง
she said ยังลามมาถึงย่อหน้านี้ แต่มาในลักษณะ Reiss
said อย่างไรก็ตาม
ผู้แปลก็ต้องพยายามหาคำไทยที่มีความหมายเหมือนหรือใกล้เคียงกับ
say มาใช้ เพื่อหลีกเลี่ยง
ความซ้ำซ้อน คำประเภทนี้ได้แก่ พูด กล่าว เผย เล่า บอก ฯลฯ
ในย่อหน้านี้ผู้แปลได้ปรับประโยค
animals would rather work for their food than
just be given it เป็น สัตว์ต้องการค้นหาอาหารด้วยตัวมันเองมากกว่าที่จะเป็นฝ่าย
รอรับแต่เพียงอย่างเดียว ด้วยเหตุผลเดิมค่ะ คือต้องการสื่อความเข้าใจให้ได้มากที่สุด
เพราะถ้า
ขืนฝืนภาษาตามโครงสร้างกรรมวาจก (passive voice) ไป นอกจากผู้แปลจะอ่านไม่รู้เรื่องแล้ว
ผู้แปลก็ต้องใช้ภาษาที่ผิดธรรมชาติของภาษาไทยอย่างไม่จำเป็นเลยค่ะ
พบกันใหม่ในตอนที่ 2 สัปดาห์หน้านะคะ สวัสดีค่ะ
กฤตยา อกนิษฐ์ ์
|