| about this site | who we are | site map | reading tips | teaching tips | student tips | build vocab |
| teaching vocab | hot links | visit Thai school | Bangkok Post | Post books | student weekly | home


Tuesday, April 13, 2004

"Translate It" is designed for the many people who are required to translate English into Thai. It will also be useful for those who like some Thai-language support for their English lessons. These lessons are also very popular with expatriates who are learning Thai at an advanced level.

FOR THAI-WINDOWS 95 USERS, *THIS PAGE IS BEST VIEWED IN CordiaUPC (14 pt) OR OTHER UPC THAI-COMPATIBALE FONTS SUCH AS LILY, DILLENIA, EUCROSOCIA, FREESIA OR IRIS*

FOR INTERNATIONAL USERS, THAI FONTS CAN BE OBTAINED FROM THE FOLLOWING URL: http://thaigate.nacsis.ac.jp/files/thaifonts.html

..............................................................


สวัสดีค่ะ
ภาษาทางธุรกิจนิยมใช้รูปประโยคตรงไปตรงมาเพื่อไม่ต้องตีความกันให้ยุ่งยาก การแปลข้อความ
ทางธุรกิจนั้นเรื่องโครงสร้างประโยคจึงไม่ใช่ปัญหา ที่มักเป็นปัญหาคือการแปลความหมายของคำ
เพราะหลายคำเราใช้ทับศัพท์ไปเลยเพื่อความสะดวกในการทำธุรกิจและใช้กันในแวดวงของนัก
ธุรกิจ แต่ในการแปลนั้นหากผู้อ่านเป็นผู้ที่อยู่นอกวงการธุรกิจ การแปลจำเป็นต้องหาทางถ่ายทอด
คำเหล่านั้นออกมาเป็นสำนวนไทยๆ ซึ่งท่านจะได้เห็นจากตัวอย่างงานแปลชิ้นนี้

นอกจากนี้การอ่านต้นฉบับให้ดีที่สุดเป็นหัวใจของการทำงานแปลข้อหนึ่ง เพื่อไม่ให้ตีความผิด
สำหรับตัวอย่างวันนี้เราต้องจับความให้ได้ตั้งแต่แรกว่าเป็นเรื่องการแข่งขันของสินค้าสองประเภท
คือสินค้าที่มียี่ห้อเป็นชื่อห้าง ต้นฉบับใช้วลีว่า private brand productsบ้าง private label
roduct
บ้างและสินค้ายี่ห้อปกติที่รู้จักกันทั่วประเทศ ใช้ว่า packaged goods บ้างnational
brands
บ้าง big-name brands บ้าง จากนั้นจึงค่อยลงมือแปลค่ะ

Private labels making inroads

Marketing: Big-name brands feeling the pinch from lower-priced rivals competing for space on store shelves

Sujintana Hemtasilpa

  1. The use of private brands, which were only recently introduced to Thai consumers by international retail chains, is expanding at a rapid pace and now poses a threat to the future of national brands in the country.

  2. In several developed markets, retailers have established private brands, also known as house brands, private-label or own-label brand to compete on price, and have prompted consumers of nationally branded packaged goods to switch to cheaper private-label products.

  3. Some privately labeled goods in those retail chains even have packaging similar to competing products that enjoy strong brand recognition.

  4. At the same time, the distribution of packaged goods through modern trade stores has grown to exceed 40% of their total sales, while the rest are distributed through family-run shops.

  5. Some executives of national brand manufacturers, nevertheless, have yet to see the emergence of private brands as a threat.

  6. But what if all retail store chains in Thailand begin to market their own private-brand products across all categories in their stores along with the national brand goods?

  7. Some marketers of big-name packaged goods dismissed the threat, saying that many of their consumers are high-quality-conscious and would remain loyal to their products.

  8. In order to be competitive in terms of price, distributors of private-label products have to compromise on product quality, the big brands say.

ผลกระทบจากสินค้า
ติดยี่ห้อห้าง

การตลาด: สินค้ายี่ห้อดังถูกกระทบ
โดยสินค้าชนิดเดียวกันแต่ราคา
ถูกกว่าชิงพื้นที่บนชั้นวางสินค้า

สุจินตนา เหมตะศิลป์

  1. การนำชื่อของห้างมาเป็นชื่อ
    ยี่ห้อสินค้าซึ่งห้างค้าปลีกข้าม
    ชาติชนิดที่มีสาขานำมาใช้ให้
    ผู้บริโภคคนไทยได้รู้จักเมื่อ
    ไม่นานมานี้กำลังเติบโตอย่าง
    รวดเร็ว และขณะนี้เริ่มส่อเค้า
    คุกคามอนาคตของสินค้ายี่ห้อ
    ปกติที่รู้จักกันทั่วประเทศ

  2. ในตลาดสินค้าของประเทศ
    ที่พัฒนาแล้วหลายแห่ง ห้าง
    ค้าปลีกได้สร้างสินค้าที่นำชื่อ
    ห้างมาเป็นชื่อยี่ห้อ รู้จักกัน
    ในนามของสินค้ายี่ห้อห้าง
    (house brand) หรือสินค้า
    ติดป้ายห้าง ( private-label
    brand) หรือสินค้าติดป้ายยี่ห้อ
    ของห้าง (own-label brand)
    เพื่อแข่งขันในด้านราคา สินค้า
    ประเภทนี้มีผลทำให้ผู้บริโภค
    สินค้ายี่ห้อปกติเปลี่ยนใจไป
    ซื้อสินค้าติดป้ายห้างที่มีราคา
    ถูกกว่า

  3. สินค้าติดป้ายห้างที่วาง
    จำหน่ายตามห้างค้าปลีก
    เหล่านี้บางอย่างถึงกับมี
    บรรจุภัณฑ์คล้ายกับของ
    สินค้าคู่แข่งที่มียี่ห้อเป็น
    ที่รู้จักกันดี

  4. ขณะเดียวกัน สัดส่วนของ
    การจัดจำหน่ายสินค้ายี่ห้อ
    ปกติตามห้างสรรพสินค้า
    มีมากกว่า 40 เปอร์เซ็นต์
    ของปริมาณการขายทั้งหมด
    ส่วนที่เหลือนั้นส่งขายตาม
    ร้านเล็กทั่วไป

  5. อย่างไรก็ตาม ผู้บริหาร
    บางรายของผู้ผลิตสินค้า
    ยี่ห้อปกติก็ยังไม่เห็นว่าการ
    มีสินค้ายี่ห้อห้างเกิดขึ้นจะ
    เป็นเรื่องน่าวิตกแต่อย่างใด

  6. แต่ถ้าห้างค้าปลีกชนิดที่มี
    สาขาทุกห้างในประเทศไทย
    เกิดเริ่มวางตลาดสินค้าทุก
    ประเภทโดยติดป้ายชื่อห้าง
    และวางขายในทุกสาขาร่วม
    ไปกับสินค้ายี่ห้อปกติเล่า จะ
    เป็นอย่างไร?

  7. เรื่องนี้ผู้จำหน่ายสินค้ายี่ห้อ
    ดังๆ ก็ยังไม่วิตกอีกนั่นแหละ
    โดยกล่าวว่าลูกค้าจำนวนไม่
    น้อยเป็นพวกชอบของคุณภาพ
    ดี และจะยังคงภักดีอยู่กับสินค้า
    เดิม

  8. นอกจากนั้นยังกล่าวอีกว่า
    เพื่อให้สามารถแข่งขันได้
    ในด้านราคา ผู้จัดจำหน่าย
    สินค้าเหล่านี้จำเป็นต้องลด
    คุณภาพของสินค้าลง

หัวข่าว
เมื่ออ่านทั้งเรื่องแล้วก็ไม่ยาก making inroad หมายถึงเกิดผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจนโดยเฉพาะ
อย่างยิ่งการลดจำนวนลง หัวข่าวจึงมีความหมายในแนวว่า สินค้าที่ติดยี่ห้อของห้างทำให้สินค้ายี่ห้อ
ปกติกระทบกระเทือน แต่ในหัวข่าวภาษาอังกฤษไม่ได้ใส่กรรมของ making inroad ไว้ว่าทำให้
ใครกระทบกระเทือน ดิฉันจึงเลือกวาง ผลกระทบ ไว้ข้างหน้าวลีเพื่อให้สั้นสมกับเป็นหัวข่าวค่ะ

หัวข่าวรอง
5 Big-name brands หมายถึงสินค้ายี่ห้อดังเป็นที่รู้จัก pinch(v)หยิก, หยิบด้วยปลายนิ้ว ใน
ที่นี้หมายถึงกระทบเล็กน้อยแต่เจ็บเหมือนถูกหยิก rivals (n.) ฝ่ายตรงข้าม สินค้าคู่แข่ง ดิฉัน
ไม่ได้แปลคำนี้ตรงๆแต่ใช้ว่าสินค้าชนิดเดียวกันแต่ราคาถูกกว่า เพราะเห็นว่าวลีนี้มีนัยของ
ความเป็นคู่แข่งอยู่แล้ว นอกจากนั้นยังมีคำcompeting ทำหน้าที่ขยาย rivals มีความหมายว่า
ต่อสู้แข่งขัน หรือที่ดิฉันใช้ว่า ชิง อยู่อีกด้วย

ย่อหน้าที่ 1

5 private brands, international retail chains, national brands ล้วนเป็นวลี
ที่ไม่มีคำแปลตรงตัว หน้าที่ของผู้แปลคือแปลแบบอธิบายความ เพียงแต่ต้องพยายามให้สั้นแต่
เข้าใจง่ายค่ะ วลีว่า pose a threat หมายถึงคุกคาม ทำให้ตกอยู่ในอันตราย

ย่อหน้าที่ 2
retailers ใช้ว่า ห้างค้าปลีก แทน ผู้ขายปลีก เพราะเรากำลังพูดถึงร้านค้าขนาดใหญ่โตซึ่งควร
เรียกว่า ห้าง แทน ร้าน house brand...นั้นก็ไม่มีคำแปลตรงตัวไว้ เมื่อแปลแบบอธิบายความ
แล้ว ดิฉันจึงวงเล็บคำภาษาอังกฤษไว้เพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกันระหว่างผู้แปลกับผู้อ่าน
prompted (v) หมายถึงทำให้เกิด ทำให้ตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง คำนี้ดิฉันก็ไม่ได้แปลไว้
เพราะมีคำว่า switch (v) เปลี่ยนโดยทันที บอกนัยอยู่แล้ว ส่วนนามวลี nationally branded
packaged goods
ซึ่งแปลเต็มรูปได้ว่า สินค้ายี่ห้อปกติที่รู้จักกันทั่วประเทศนั้น ดิฉันใช้เพียง
สินค้ายี่ห้อปกติ เพราะผู้อ่านพบวลีนี้แล้วจากย่อหน้าแรก และจะใช้วลีนี้เสมอเมื่อพูดถึงสินค้า
ประเภทนี้ การเขียนข้อความยาวซ้ำๆทำให้งานแปลไม่น่าอ่าน ความกระชับของข้อความเป็นสิ่ง
ที่ผู้แปลควรนึกถึงเสมอ แต่แน่นอนว่าต้องไม่ให้เสียความค่ะ

ย่อหน้าที่ 3
5 that enjoy strong brand recognition คำว่า enjoy ไม่จำเป็นต้องหมายถึงสนุก
สนานเพลิดเพลินเท่านั้น แต่หมายถึงการที่เป็นเจ้าของหรือมีสิ่งดีๆ นี้ เป็นอีกคำหนึ่งที่ดิฉันไม่ได้
แปลเพราะเห็นว่าวลี ...ที่มียี่ห้อเป็นที่รู้จักกันดี สื่อความได้ครบถ้วนแล้ว

ย่อหน้าที่ 4
5 distribution (n) การจัดส่งหรือจัดจำหน่าย ผู้ทำหน้าที่นี้เรียกว่า distributor เป็นผู้ส่ง
สินค้าไปวางขายตามห้างร้านต่างๆโดยที่ตัวเองไม่ได้เป็นผู้ขาย ต่างจาก marketer (ย่อหน้าที่ 7)
ซึ่งเป็นผู้จำหน่ายสินค้า modern trade stores คือห้างสรรพสินค้าใหญ่ทั่วไป ซึ่งไม่จำเป็น
ต้องเป็นพวกมีสาขาแบบ international retail chains ส่วน family-run shops คือร้าน
ค้าเล็กๆที่มีอยู่ทั่วไป บางทีเรียก mom-and-pop shops

ย่อหน้าที่ 5
national brand manufacturers ดิฉันไม่ได้แปลตรงตัวแต่ใช้ผู้ผลิตสินค้ายี่ห้อปกติ
ตามเหตุผลที่กล่าวแล้วในย่อหน้าที่ 2 ค่ะ emergence (n) การเกิดขึ้น ส่วนการแปล threat
ว่าเป็นเรื่องน่าวิตก ขณะที่ในย่อหน้าที่ 1 ใช้ว่า คุกคาม นั้นเป็นการหาคำที่มีความหมายคล้ายกัน
มาใช้แทนการใช้คำซ้ำค่ะ

ย่อหน้าที่ 6
market (v) วางตลาด หรือขาย categories (n) ชนิด หมวด หรือ ประเภท ในเรื่องของสินค้าก็หมายถึงประเภทสินค้า เช่นสินค้าหมวดอาหาร หมวดเครื่องไฟฟ้า เป็นต้น

ย่อหน้าที่ 7

5dismissed (v) ปล่อยไป ไม่สนใจ dismissed the threat แปลตรงตัวก็จะได้ว่าไม่
สนใจการคุกคาม เพื่อให้ภาษาสวยและกระชับดิฉันใช้ว่า ไม่วิตก โดยละกรรมไว้เพราะผู้อ่าน
ทราบดีอยู่แล้วค่ะ conscious (adj.) เมื่อนำมาห้อยท้ายคำไหนก็จะแปลว่าให้ความสำคัญใน
เรื่องนั้นเป็นพิเศษ เช่น energy-conscious, health-conscious เป็นต้น

ย่อหน้าที่ 8

5compromise (v) ประนีประนอม หรือการยอมปรับบางอย่างเพื่อให้อย่างอื่นดำเนินการไปได้ ในที่นี้จึงหมายถึงการลดคุณภาพเพื่อให้ราคาถูกลง และในย่อหน้านี้ดิฉันตัดข้อความ the big brands sayออก เนื่องจากเป็นข้อความต่อเนื่องจากย่อหน้า 7

พบกันใหม่สำหรับตอนต่อไปในสัปดาห์หน้า สวัสดีค่ะ    
เกษมศรี วงศ์เลิศวิทย์


  • This lesson is prepared by Asso.Prof. Kasemsri Vonglertvidhya, a former lecturer in English and Linguistics at Western Language Department, Srinakarinwirot University (Bangkhen Campus). She is now Director of English Language Training Program, Faculty of Education, SWU, and a freelance translator.

    Back to our home page

    Read our other translate it columns here.

    | Comments to Ajaan Sunee at suneec@bangkokpost.co.th |
    | © The Post Publishing Public Co., Ltd.
    All rights reserved 2004

    Last modified: April 12, 2004
    |