|
ย่อหน้าที่
9
คำแรก
however เป็นคำเชื่อมข้อความที่แสดงความนัยที่แย้งกัน เนื่องจากย่อหน้าก่อนจบลง
ด้วยข้อความว่าผู้บริหารของสินค้าที่ใช้ตราสินค้าปกติที่รู้จักกันทั่วไปยังนอนใจว่าสินค้าที่ใช้ชื่อ
ห้างเป็นตราสินค้าไม่ได้ทำความเสียหายให้ แต่ข้อความในย่อหน้านี้แย้งว่าความจริงแล้วมี
ผู้บริโภคไม่น้อยที่หันไปใช้สินค้ายี่ห้อห้างกันแล้ว ในย่อหน้านี้มีวลีที่ต้องคิดคำแปลที่เหมาะสม
คือ project the virtue for money คำว่า project
(v) หมายถึงการฉายภาพ การทำ
ให้เห็นว่าเป็นเช่นนั้น แม้บางทีอาจไม่ได้เป็นจริงก็ได้ ดิฉันจึงเลือกใช้ให้สมกับบริบททาง
การตลาดว่า วางตำแหน่งไว้ ส่วน virtue (n) หมายถึงความดีงาม
คุณสมบัติที่ดี มีคุณภาพและ
มีประโยชน์คุ้มค่า ดิฉันเลือกความหมายที่สามค่ะโดยใช้ว่า เป็นสินค้าที่มีคุณภาพสมราคา
ย่อหน้าที่
10
they
found the quality... ดิฉันคิดว่าน่าจะต้องหลีกเลี่ยงการแปลว่า
เขาพบว่าคุณภาพ...
เนื่องจากในภาษาไทยคำว่า พบ มักเป็นผลที่ตามมาจากการหา ในข้อความนี้จึงใช้ว่า
หลายคน
บอกว่าไม่เห็นสินค้า... หรือจะสลับที่ ไม่เห็น ไปอยู่กลางประโยคก็ได้ค่ะ
เป็น "หลายคนบอกว่า
คุณภาพของสินค้ายี่ห้อห้างไม่เห็นแตกต่างกันมากนักจากสินค้ายี่ห้อปกติ"
ย่อหน้าที่
11
การเขียนทับศัพท์ชื่อเฉพาะนั้นทำได้สองวิธีคือ
ถ่ายเสียงตามตัวอักษร อย่างเช่น ชื่อบริษัท
Bangkok Public Relations Ltd. ก็จะได้ว่า "บางกอก
พับลิก รีเลชั่นส์ จำกัด " วิธีที่สองคือถ่ายเสียงตามเสียงอ่าน
อย่างที่ดิฉันใช้ในที่นี้ว่า แบงค็อก พับลิก รีเลชั่นส์ การเขียน
ทับศัพท์นั้นก็มีหลักว่าไม่ต้องใช้วรรณยุกต์กำกับ ยกเว้นว่าถ้าไม่ใส่จะเป็นคำที่ไม่สุภาพหรือ
มีความหมายอื่น หรือใส่กันมาจนชินตาก็อนุโลมให้ใช้ต่อไปได้ค่ะ
อย่างเช่น เสื้อเชิ้ต ก๊าซ โค้ก
สำหรับคำนี้เป็นบริษัทที่มีชื่อภาษาไทยอยู่แล้ว ก็ต้องใช้ชื่อตามเจ้าของกำหนดว่า
บางกอก พับบลิค
รีเลชั่นส์
ในย่อหน้านี้ดิฉันใช้คำว่า สินค้าสองประเภทนี้ แทนวลีว่า
between private brands and
name brands แต่ใช ้ยี่ห้อสินค้าปกติใดก็ตาม แทน any
of the latter เป็นการเกลา
สำนวนแต่ขอให้ได้ความหมายครบถ้วนค่ะ
คำว่า
proposition (n) หมายถึงการเสนอ ข้อเสนอ ในที่นี้เป็นการเสนอภาพลักษณ์ของสินค้า
ซึ่งเราจะเห็นการนำเสนอภาพลักษณ์ของสินค้าทั้งสองประเภทในย่อหน้าที่
13-14
ย่อหน้าที่
12
ในการรายงานข่าวมักบอกแหล่งที่มาของข่าวอยู่เสมอ
เราจึงเห็น he/she said เกือบทุกย่อหน้า
ซึ่งหากแปลตรงๆ เป็นภาษาไทยแล้วจะไม่สละสลวยเท่ากับการพยายามหาคำอื่นที่มีความหมาย
ที่เข้ากับบริบทมาใช้ เช่นเขากล่าวต่อ เขาอธิบาย เขาเสริม เป็นต้น
ซึ่งท่านผู้อ่านคงจะได้สังเกต
เห็นแล้วในย่อหน้านี้ที่นำมาขึ้นต้นประโยค และในย่อหน้าที่ 14
ย่อหน้าที่
13
in fact เป็นคำเชื่อมความอีกคำหนึ่ง ใช้เมื่อต้องการเสริมสิ่งที่กล่าวมาแล้ว
อย่างเช่นที่ ข้อความ
The consumer is in fact offered two different options.
เป็นข้อความที่เสริม
ข้อความว่า
5...the
consumer has a greater selection. ในย่อหน้าที่แล้ว บางครั้งเราอาจแปลคำนี้
ว่า อันที่จริง หรือที่จริง ก็ได้ แต่ดิฉันเลือกเชื่อมข้อความด้วยคำว่า
โดย แทน ซึ่งในความรู้สึกของ ดิฉันน่าจะฟังเป็นไทยๆ ดีกว่าแปลว่า
ที่จริงแล้ว สำหรับบริบทนี้ค่ะ
5Well-established
หมายถึงสิ่งที่มีมานานและประสบความสำเร็จ อย่างเช่น a well-esta-
blished firm แต่คำขยายนี้ถ้าใช้กับ technology คงไม่เหมาะเพราะเทคโนโลยีที่มีมานานน่า
จะล้าสมัยมากกว่า ดิฉันจึงแปลว่า เทคโนโลยีที่ได้รับการพัฒนามาอย่างดีแล้ว
ซึ่งให้นัยเชิงบวกว่าเป็นเทคโนโลยีที่มีมานานและก็ใช้ได้ผล
5"Here
I promise you.." เป็นประโยคที่ไม่อาจคงข้อความให้อยู่ในรูปเดิมได้ค่ะ
ต้องแปลง เป็นไทยๆ โดยเปลี่ยนคำว่า promise ให้เป็น สินค้าที่คุณวางใจ(ในคำสัญญา)ได้
ย่อหน้าที่
14
5breakthroughs (n) หมายถึงพัฒนาการใหม่ๆ
ที่ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน ส่วนคำว่า ฺ
ในย่อหน้านี้ดิฉันใช้ว่า คำมั่น ค่ะ
ย่อหน้าที่
15
5วลี
emotional benefits จะแปลตรงตัวว่าผลกำไรทางอารมณ์ ก็ได้ความตรงค่ะ
แต่ไม่สวย
คำว่า representation (n) ตัวแทน สิ่งแทน ส่วนขีด (dash)
เป็นการขยายความ ซึ่งเรา
อาจแปลว่า นั่นคือ ว่า คือ ฯลฯ แล้วแต่ใช้ในบริบทใดค่ะ
สวัสดีค่ะ เกษมศรี วงศ์เลิศวิทย์
|