| about this site | who we are | site map | reading tips | teaching tips | student tips | build vocab |
| teaching vocab | hot links | visit Thai school | Bangkok Post | Post books | student weekly | home


Tuesday, August 17, 2004

"Translate It" is designed for the many people who are required to translate English into Thai. It will also be useful for those who like some Thai-language support for their English lessons. These lessons are also very popular with expatriates who are learning Thai at an advanced level.

FOR THAI-WINDOWS 95 USERS, *THIS PAGE IS BEST VIEWED IN CordiaUPC (14 pt) OR OTHER UPC THAI-COMPATIBALE FONTS SUCH AS LILY, DILLENIA, EUCROSOCIA, FREESIA OR IRIS*

FOR INTERNATIONAL USERS, THAI FONTS CAN BE OBTAINED FROM THE FOLLOWING URL: http://thaigate.nacsis.ac.jp/files/thaifonts.html

..............................................................


สวัสดีค่ะ
เหตุผลที่ดิฉันเลือกข่าวชิ้นนี้มาเป็นตัวอย่างบทแปลก็คือ นอกจากจะรู้สึกว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวที่น่า
สนใจแล้ว ยังเห็นว่าเป็นตัวอย่างที่ดีของงานแปลที่ต้องอาศัยการตีความของเนื้อหาในต้นฉบับ
อยู่มาก จึงเป็นบทแปลที่มีบางส่วนที่ไม่สามารถแปลเรียงกันไปคำต่อคำได้ เชิญติดตามดูนะคะ

Scientists: Shift to non-food crops

Dependency on fossil fuels must be reversed in next 20 to 50 years

London, Reuters

  1. Farmers around the world must shift quickly to growing plants for industrial uses, such as oils and plastics, to replace petrochemicals as the climate warms and crude supplies run out, British scientists said yesterday.
  2. “In the next 20-50 years we have to reverse our dependency on fossil fuels,” said Alison Smith of Britain’s John Innes Plant Research Centre. “We must breed for sustainability.”
  3. At a news conference, Ms Smith complained that in the past there had been a lack of coherent thinking, but that was changing in the face of the crisis.
  4. Ian Crute, director of the Rothamsted plant-breeding centre in Hertfordshire said it was not a matter of switching wholesale out of growing crops for food, but of correcting the balance.
  5. Not only was oil running out, but the world population was predicted to grow sharply over the next half century and had to be fed. This would put huge strains on the world’s economy.
  6. “We have to get more productivity out of less land,”Mr Crute said.

นักวิทยาศาสตร์เรียกร้อง
ให้เปลี่ยนไปปลูกพืช
ที่ไม่ใช่อาหาร

การพึ่งพาเชื้อเพลิงจากฟอสซิล
จะต้องเปลี่ยนไปภายใน 20-50 ปีข้างหน้านี้

ลอนดอน, รอยเตอร์ส

  1. เมื่อวานนี้นักวิทยาศาสตร์ชาว
    อังกฤษกล่าวว่าบรรดากสิกร
    ทั่วโลกควรจะต้องหันไปปลูก
    พืชที่ใช้ในทางอุตสาหกรรม
    เพื่อทดแทนสารเคมีที่ได้จาก
    น้ำมัน อย่างเช่นพืชที่ใช้ในการ
    ผลิตน้ำมันและพลาสติก และ
    ต้องทำอย่างเร่งด่วน ในขณะที่
    สภาพอากาศอุ่นขึ้นและแหล่ง
    น้ำมันดิบกำลังหมดไป
  2. แอลลิสัน สมิธ นักวิจัยจากศูนย์
    วิจัยพืชจอห์น อินเนส แห่งสห
    ราชอาณาจักรกล่าวว่า “ในอีก
    20-50 ปีข้างหน้านี้เราจะต้อง
    เปลี่ยนจากการอาศัยเชื้อเพลิง
    ที่ได้จากฟอสซิล และเราต้อง
    สร้างพันธุ์พืชขึ้นมาเพื่อให้เรา
    มีเชื้อเพลิงใช้กันได้ต่อไป"
  3. ในระหว่างการประชุมแถลงข่าว
    กับสื่อมวลชนนั้น สมิธตำหนิว่า
    ในอดีตเราขาดการคิดอย่างเป็น
    ระบบที่มองถึงความเชื่อมโยง
    กับด้านอื่นๆ แต่ขณะนี้ความคิดนี้
    กำลังเปลี่ยนไปซึ่งเป็นผลมาจาก
    วิกฤตการณ์ในปัจจุบัน
  4. เอียน ครูท ผู้อำนวยการศูนย์
    ผสมพันธุ์พืชโรธัมสเตดเมือง
    เฮิร์ตฟอร์ดเชียร์ อธิบายว่านี่
    ไม่ใช่เรื่องของการเลิกปลูกพืช
    เพื่อเป็นอาหาร แต่เป็นการแก้ไข
    ความสมดุลให้เหมาะสม
  5. จากการที่น้ำมันกำลังจะหมดลง
    และคาดว่าประชากรโลกจะเพิ่ม
    ขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงครึ่ง
    ศตวรรษหน้า ซึ่งประชากรเหล่านี้
    ก็ต้องการอาหาร สิ่งเหล่านี้จะเป็น
    การเพิ่มภาระอย่างหนักหน่วงให้
    กับเศรษฐกิจของโลก
  6. "เราจำเป็นต้องเพิ่มอัตราผลผลิต
    ให้สูงขึ้นโดยใช้เนื้อที่เพาะปลูก
    ให้น้อยลง” ครูทกล่าว

หัวข่าว
เครื่องหมาย : (colon) มีใช้ในภาษาอังกฤษแต่ไม่มีในภาษาไทย ฉะนั้นการพาดหัวข่าวตามอย่าง
ในภาษาอังกฤษจึงไม่น่าจะถูกต้องค่ะ ครั้นเอาแต่เครื่องหมายออกก็ไม่ได้เพราะไม่สื่อภาษา
ทางออกก็คือต้องเพิ่มคำว่า เรียกร้องให้ หลายท่านอาจมีคำถามในใจว่าทำไมต้องใช้ว่าเรียกร้อง
จะใช้แค่ กล่าว หรือ บอกว่า ไม่ได้หรือ ดิฉันก็ขอเรียนว่าเพราะจากกริยาช่วย must และ have to
ที่ปรากฏเสมอในเรื่องนี้ทำให้เรื่องมีนัยของการเรียกร้องนั่นเองค่ะ

คำว่า reverse (v. สลับ เปลี่ยนตำแหน่งหรือทิศทางให้เป็นตรงข้าม) คำนี้มีนัยถึงการเปลี่ยนไป
ในทิศทางที่ตรงข้ามกับอีกสิ่งหนึ่งเสมอ เช่น The board has reversed its resolution. คือ
คณะกรรมการเปลี่ยนมติให้ตรงข้ามกันของครั้งก่อน เช่นเคยอนุญาตไว้ก็จะเปลี่ยนเป็นไม่อนุญาต
คำนี้จึงมีความหมายที่ต่างไปจาก change หรือ shift ซึ่งไม่จำเป็นต้องกลับจากดำเป็นขาว
หรือขาวเป็นดำอย่าง reverse เช่นอาจยังอนุญาตอยู่แต่มีข้อแม้ หรือข้อจำกัดเพิ่มเติม เป็นต้น

แต่ในหัวข่าวรองดิฉันขอใช้แค่ เปลี่ยน  ซึ่งยังไม่ได้คลุมความครบถ้วนอย่างที่ได้กล่าวไว้ เนื่องจาก
หัวข่าวรองจำเป็นต้องให้กระชับ ต่างไปจากเมื่อต้องแปลคำนี้ในเนื้อข่าวค่ะ

ย่อหน้าที่ 1
5 คำว่า shift (v. เปลี่ยนทิศทางหรือตำแหน่งไปเพียงเล็กน้อย ซึ่งในพจนานุกรมจะให้คำพ้อง
ไว้ว่า alter, change) ดิฉันเลือกใช้ว่า หันไป แทนคำว่า เปลี่ยนไป เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้คำซ้ำๆ

คำว่า quickly ซึ่งเป็นกริยาวิเศษณ์ก็เป็นคำที่ทำให้ดิฉันต้องคิดว่าควรใส่ไว้ที่ใดจึงจะเหมาะ
คำนี้ขยาย must shift แต่เนื่องจากกรรมของ must shift ยาวมากตั้งแต่ to growing…
to replace petrochemicals
ภาษาไทยเราคำกริยาวิเศษณ์จะอยู่หลังกริยาที่ถูกขยาย
เช่นเดินเร็วๆ   แต่ในประโยคนี้ติดตรงส่วนกรรมที่ยาวมาก ดันให้คำขยายกริยาออกไปห่างจ
นเกินไป ทางออกที่ดิฉันเลือกก็คือนำไปใส่ไว้เป็นอีกประโยคหนึ่งว่า และต้องทำอย่างเร่งด่วน
เพราะคิดว่าน่าจะดีกว่าแปลว่า …บรรดากสิกรทั่วโลกควรต้องหันไปปลูกพืชที่ใช้ในทางอุตสาหกรรม
เพื่อทดแทนสารเคมีที่ได้จากน้ำมัน อย่างเช่นพืชที่ให้น้ำมันและพลาสติกอย่างเร่งด่วน

ย่อหน้าที่ 2

5ในย่อหน้านี้ได้เห็นการใช้ reverse อีกครั้ง ซึ่งดิฉันก็ยังคงแปลว่า เปลี่ยน แต่คราวนี้มีข้อ
ความข้างหลังมาช่วยให้ผู้อ่านเห็นว่าเป็นการเปลี่ยนโดยสิ้นเชิงจากการใช้เชื้อเพลิงที่ได้จาก
ฟอสซิลไปเป็นการได้จากพืชแทน

คำว่า sustainability (n.) นี้เราจะคุ้นกันในความหมายของ ความยั่งยืน แต่สิ่งที่จะยั่งยืน
หรือใช้ได้ตลอดไปในบริบทนี้คือ “เชื้อเพลิง” เนื่องจากเรากำลังพูดถึงการเปลี่ยนแปลงการ
ใช้เชื้อเพลิงจากฟอสซิลซึ่งกำลังจะหมดไป มาใช้พืชที่นักวิทยาศาสตร์ได้คิดค้นเพาะพันธุ์ขึ้น
(breed) ทดแทน น้ำมันจากฟอสซิล ดังนั้นจึงแปลคำประโยค“ We must breed for
sustainability.”
ว่า “เราต้องสร้างพันธุ์พืชขึ้นมาเพื่อให้เรามีเชื้อเพลิงใช้กันได้
ต่อไป”
ค่ะ

ย่อหน้าที่ 3
ย่อหน้านี้เป็นการนำคำพูดของแอลลิสัน สมิธมาบอกเล่าให้ผู้อ่านฟัง (อ่าน) ซึ่งทางไวยากรณ์
เรียกว่า indirect speech กริยาในย่อหน้านี้จึงเป็นรูปอดีตกาลไปหมด ทั้งๆ ที่หากยกคำพูด
มาเขียนทั้งดุ้นอย่างที่เราเรียกว่า direct speech กริยาก็จะอยู่ในรูปปัจจุบันกาล ดิฉันจึงแปล
was changing
ว่า ขณะนี้...กำลังเปลี่ยนไป และใช้วลี “ในปัจจุบัน” ต่อท้ายวิกฤตการณ์
เพื่อไม่ให้ห้วนจนเกินไป

Complaint (V. บ่น ร้องเรียน ต่อว่า ตำหนิ) ในเนื้อความตรงนี้คำว่าตำหนิเหมาะที่สุดค่ะ ส่วน
คำว่า coherent เป็นคำคุณศัพท์ หมายถึง มีลักษณะกลมกลืน เข้ากันได้ดี หรือเชื่อมโยงกับส่วน
อื่นอย่างเหมาะสม a lack of coherent thinking ในที่นี้จึงหมายถึงขาดการคิดอย่างเป็น
ระบบที่มองถึงความเชื่อมโยงกับด้านอื่นๆอย่างเหมาะสม ด้านอื่นๆ ที่ว่านี้น่าจะหมายถึงด้าน
สิ่งแวดล้อม และด้านเศรษฐกิจที่กล่าวถึงในย่อหน้าต่อไป

In the face of มีสองความหมายค่ะ ความหมายแรกคือ แม้ว่า เช่น He showed great
courage in the face of danger.
ความหมายที่สองคือ อันเป็นผลมาจาก ซึ่งเป็น
ความหมายของเนื้อความในย่อหน้านี้ค่ะ

สิ่งหนึ่งที่น่าสังเกตในข่าวนี้คือการใช้คำนำหน้าชื่อบุคคลว่า Ms และ Mr (ในย่อหน้าที่ 6) ซึ่งปกติ
มักนิยมแปลว่านาย นาง นางสาว แต่ก็จะติดปัญหาเมื่อต้องแปลคำว่า Ms ซึ่งยังไม่มีคำแปลในภาษา
ไทย ดิฉันจึงใช้ชื่อโดยไม่ได้ใส่คำนำหน้าเพื่อไม่ต้องบอกสถานภาพทางครอบครัวตามเจตนารมณ์
ของผู้ใช้

ย่อหน้าที่ 4
5 switching...out of เป็นคำกริยาที่นำมาทำเป็นรูป gerund เพื่อทำหน้าที่เหมือน noun
มีความหมายว่า หยุดหรือเลิกทำ wholesale ในที่นี้ทำหน้าที่เป็นกริยาวิเศษณ์ขยาย switch
หมายถึงทำในปริมาณมากๆ

correct (v. แก้ไข ทำให้ถูกต้อง) ฉะนั้นวลีนี้จะแปลว่า เป็นการแก้ไขความสมดุลให้เหมาะสม
หรือจะว่า เป็นการทำให้เกิดความสมดุลที่เหมาะสม ก็ได้ค่ะ

ย่อหน้าที่ 5-6
5 การเชื่อมข้อความด้วย not only…but also นี้ภาษาอังกฤษใช้กันมาก ความหมายก็คือ and
นั่นเอง ประโยคที่มีการเชื่อมข้อความเช่นนี้ดิฉันมักเห็นการแปลชนิดที่ถ่ายทอดตามโครงสร้าง
ภาษาอังกฤษเลยว่า ไม่เพียงแต่น้ำมันจะหมดลงเท่านั้น แต่ยังมีการคาดว่าประชากรโลกจะเพิ่มขึ้น
อย่างรวดเร็วในครึ่งศตวรรษหน้านี้
 สำหรับดิฉันเองก็ไม่ค่อยสนิทใจนักกับการถ่ายทอดภาษา ที่ยังเห็น
โครงสร้างภาษาต้นฉบับอยู่ โดยเฉพาะเมื่อเป็นโครงสร้างที่ภาษาไทยเราไม่มีใช้ จึงขอแปลโดยใช้
คำว่า และ เชื่อมข้อความแบบธรรมดาๆ ค่ะ

จนกว่าจะพบกันใหม่     
สวัสดีค่ะ


  • This lesson is prepared by Asso.Prof. Kasemsri Vonglertvidhya, a former lecturer in English and Linguistics at Western Language Department, Srinakarinwirot University (Bangkhen Campus). She is now Director of English Language Training Program, Faculty of Education, SWU, and a freelance translator.

    Back to our home page

    Read our other translate it columns here.

    | © The Post Publishing Public Co., Ltd.
    All rights reserved 2004

    Last modified: August 16, 2004
    |