|
ย่อหน้าที่
8
regulation
นั้นหมายถึง ข้อกำหนด กฎ ระเบียบข้อบังคับ ซึ่งเป็นสิ่งอาจเขียนขึ้นมาโดยรัฐบาล
หรือองค์กรใดก็ได้ สำหรับจัดระเบียบของสังคมนั้นๆ ส่วน in question
หมายถึงสิ่งที่กำลัง
กล่าวถึง แต่เนื่องจากสองคำนี้ปรากฏในย่อหน้าแรกของตอนนี้ ดิฉันจึงเลือกที่จะแปลอย่างเต็มยศค่ะ
ว่า ข้อกำหนดเรื่องที่เขี่ยบุหรี่นี้ เพื่อให้ท่านผู้อ่านต่อเรื่องได้
ส่วนคำว่า Act คือพระราชบัญญัติ
ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรตราขึ้นประกาศใช้ โดยที่ของไทยนั้นต้องมีพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย
ด้วย เมื่อพูดถึงกฎหมายที่ออกมาใช้ในนครนิวยอร์คก็คงต้องใช้คำนี้โดยอนุโลมค่ะ
แม้เขาจะไม่ได้
มีพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยอย่างของเรา
Public
หมายถึงสาธารณชน แต่ดิฉันคิดว่าเป็นคำที่ทื่อและเป็นทางการไปหน่อยสำหรับเรื่องเบาๆ
เช่นนี้ จึงใช้สั้นๆ ว่า คน ส่วนอีกสองคำคือ focus กับ
miss ก็เช่นกันค่ะ แทนที่คำแรกจะใช้ว่า
มุ่งเน้น คำที่สองว่า พลาด ซึ่งเป็นการแปลแบบตรงๆ
ทื่อๆ นั้น หากเปลี่ยนเป็น ให้ความสนใจ
กับ ไม่ทันสังเกตเห็น ดูจะเป็นวลีที่ให้ความหมายไม่ต่างกันและให้ความสละสลวยกว่า
อย่างไร
ก็ตามเรื่องนี้เป็นความคิดเห็นของผู้ทำงานแปลแต่ละท่าน ซึ่งอาจแตกต่างกันก็ได้
ฉะนั้นจะเลือก
ใช้คำไหนก็ไม่เป็นไรนะคะ ตราบใดที่ไม่ผิดความ
อยากให้ท่านผู้อ่านสังเกตการแปลข้อความในเครื่องหมายคำพูดด้วยว่ามีน้ำเสียงเป็นทางการ
แตกต่างจากข้อความตรงที่อื่นๆ ทั้งนี้ก็เพราะนี่เป็นการยกถ้อยคำทางกฎหมายมา
การแปล
จึงพยายามคงลักษณะภาษากฎหมายให้มากที่สุดค่ะ
ย่อหน้าที่
9
summons
เป็นคำกริยาหมายถึงได้รับคำสั่งศาลให้ไปปรากฏตัวที่ศาล ในเรื่องนี้คือการได้รับ
ใบสั่งเพราะฝ่าฝืนกฎการมีที่เขี่ยบุหรี่ไว้ในครอบครองจึงต้องไปศาลเพื่อปรับโทษ
ดิฉันใช้สั้นๆ
ว่า คดีที่ถึงศาล enforced เป็นคำกริยาเช่นกัน มักใช้กับกฎหมาย
หมายถึงการทำให้กฎหมาย
นั้นได้รับการปฏิบัติตาม มักจะโดยวิธีการจับผู้ฝ่าฝืนมาลงโทษ ภาษาไทยเราอาจใช้ได้สองสำนวนค่ะ
คือ ทำให้กฎหมายมีอำนาจบังคับ กับ ทำให้กฎหมายนั้นมีความศักดิ์สิทธิ์
ซึ่งสำนวนหลังดิฉัน
ใช้ในย่อหน้าสุดท้าย violation เป็นคำนามหมายถึงการฝ่าฝืนกฎข้อบังคับ
แต่ถ้าจะแปล ashtray
violation ว่า เป็นคดีการฝ่าฝืนข้อบังคับเรื่องที่เขี่ยบุหรี่
ก็ได้ค่ะ แต่ถ้าใช้ว่า คดีที่เป็นเรื่อง
ความผิดที่เกี่ยวกับที่เขี่ยบุหรี่ จะฟังดูเป็นภาษากฎหมายมากกว่า
ย่อหน้าที่
10
high profile คือบุคคลที่มีความเด่นดัง ส่วน felon
หมายถึงคนที่ทำผิดกฎหมาย ซึ่งปกติจะ
หมายถึงทำผิดชนิดร้ายแรง เช่นฆ่าคน glossy เป็นคำคุณศัพท์
ความหมายทั่วไปคือ เป็นมันวาว
แต่ถ้าใช้ขยายหนังสือหรือวารสารมีความหมายว่า เป็นหนังสือราคาแพงที่พิมพ์อย่างสวยงามด้วย
กระดาษอาบมันอย่างดี สีสันสดใส คำว่า ระดับหรู จึงน่าจะคลุมความได้ครบ
ส่วนข้อความ
whose office were found...ashtrays. นั้นถ้าแปลตรงตามโครงสร้าง
ภาษาอังกฤษซึ่งเป็น passive voice ว่า สำนักงานของเขาถูกพบว่าเก็บที่เขี่ยบุหรี่จำนวนไม่น้อย
ไว้อย่างดี ฟังดูไม่เป็นสำนวนไทยนัก จึงลองใหม่ค่ะโดยทำเป็นรูปประโยค
active voice โดยหา
ประธานให้ว่า เจ้าหน้าที่ตรวจพบว่ามีที่เขี่ยบุหรี่จำนวนไม่น้อยเก็บไว้อย่างดีภายในสำนักงาน
ของเขา แล้วก็มาฉุกใจคิดอีกว่าต้นฉบับไม่ได้บอกว่าใครพบจึงไม่น่าจะระบุเอาเอง
จึงลองปรับ
ใหม่อีกเป็น มีการตรวจพบว่า... ซึ่งคิดว่าน่าจะดีกว่าค่ะ
ย่อหน้าที่
11
รูป
past perfect ในกริยาว่า had not been used ทำให้แปลว่า
ไม่มีใครเคยใช้มาก่อน
ย่อหน้าที่
12
ดิฉันเอาชื่อคนให้ข่าวมาขึ้นต้นเพราะภาษาไทยเราไม่มีจุลภาคใช้
เครื่องหมายนี้ในภาษาอังกฤษ
จะใช้คั่นข้อความซึ่งมักเป็นข้อความขยาย ฉะนั้นจะเอาข้อความขยายไว้ตรงไหนในประโยคผู้อ่าน
ก็ตามได้ เพราะจุลภาคเป็นตัวคั่นไว้ให้ แต่ภาษาไทยเรานั้นข้อความต่อเนื่องกันตลอดโดยไม่มี
เครื่องหมายใดให้เป็นที่สังเกต เราจึงต้องระวังการจัดวางข้อความขยายให้ดีค่ะ
อย่างเช่นชื่อและ
ตำแหน่งของคนให้ข่าวเราก็เอามาขึ้นต้นเสียเลย เนื้อความที่เป็นข่าวจะได้ต่อเนื่องกันอย่างดี
คำว่า
self-enforcing หมายถึงถ้าไม่มีที่เขี่ยบุหรี่ กฎหมายห้ามสูบบุหรี่ก็จะได้รับปฏิบัติไปในตัว
คือไม่มีใครสูบบุหรี่ไปเอง ส่วนคำว่า ปริยาย นั้นหมายถึงโดยทางอ้อม
คือถ้าไม่มีที่เขี่ยบุหรี่ให้
คนจะสูบก็สูบไม่ได้ ทำให้ต้องงดสูบ ซึ่งเท่ากับเป็นการบังคับให้ทำตามกฎหมายโดยทางอ้อม
ที่จริงเราไม่ใส่คำนี้ก็ได้นะคะ เพียงแต่ดิฉันเห็นว่าถ้าใส่ก็ทำให้ความหมายชัดเจนขึ้น
แถมยัง
สละสลวยขึ้นด้วยนั่นเอง
จนกว่าจะพบกันใหม่ สวัสดีค่ะ
|