| about this site | who we are | site map | reading tips | teaching tips | student tips | build vocab |
| teaching vocab | hot links | visit Thai school | Bangkok Post | Post books | student weekly | home


Tuesday, June 1, 2004

"Translate It" is designed for the many people who are required to translate English into Thai. It will also be useful for those who like some Thai-language support for their English lessons. These lessons are also very popular with expatriates who are learning Thai at an advanced level.

FOR THAI-WINDOWS 95 USERS, *THIS PAGE IS BEST VIEWED IN CordiaUPC (14 pt) OR OTHER UPC THAI-COMPATIBALE FONTS SUCH AS LILY, DILLENIA, EUCROSOCIA, FREESIA OR IRIS*

FOR INTERNATIONAL USERS, THAI FONTS CAN BE OBTAINED FROM THE FOLLOWING URL: http://thaigate.nacsis.ac.jp/files/thaifonts.html

..............................................................


สวัสดีค่ะ
วันนี้บทแปลคงจะดูแปลกตาท่านผู้อ่านเพราะยาวมาก เป็นบทแปลที่ต่อจากตอนที่แล้วที่เดฟ บาร์รี
เขียนถึงปัญหาของทุกมุมโลกในปัจจุบันนี้ด้วยสำนวนเบาๆ เจือด้วยอารมณ์ขัน ผ่านบทสนทนา
น่ารักของเด็กหญิงวัยสี่ขวบสองคน

สัปดาห์นี้จุดที่น่าสนใจสำหรับบทแปลก็ยังคงอยู่ที่การถ่ายทอดอารมณ์ของต้นฉบับให้ได้อย่างครบ
ถ้วนหรืออย่างน้อยให้ใกล้เคียงที่สุดแต่ด้วยภาษาแปลที่เหมาะสมค่ะ และเนื่องจากภาษาในต้นฉบับ
ไม่มีศัพท์ยาก ดิฉันจึงขอไม่แยกกล่าวถึงทีละย่อหน้าอย่างเคย แต่จะอธิบายรวมๆ กันไป

 

Listen to this 2

Seeing the forest through the eyes of our children

Dave Barry

  1. So, anyway, on this particular bicycle ride, some story from preschool bubbled into Sophie's brain, and she and Sofia had the following conversation, back there in the buggy:

  2. SOPHIE: Do you want me to tell you a story I learned about the Jewish people?
    SOFIA: What is the Jewish people?
    SOPHIE: That means they're Jewish.
    SOFIA: But what IS Jewish?
    SOPHIE: Well, it means you're the Jewish people, and you are Jewish. My Mommy is Jewish, but my Daddy isn't Jewish, because his family didn't come from the same place. My Mommy comes from Miami, so she's a Jewish.
    SOFIA: But what IS Jewish?
    SOPHIA: It means you're the Jewish people, and you come from Miami. My Daddy didn't come from Miami, but he lived in Miami for a long time. So maybe now he could be Jewish.
    SOFIA: But I live in Miami. Am I Jewish?
    SOPHIE: Well, if you live in Miami, you could be Jewish, or you could not be Jewish.
    SOFIA: But what IS Jewish?

  3. Unfortunately, just at that point we reached our destination, so the buggy conversation didn't come to any definite conclusion. But what I like was the relaxed and open attitude they had about the issue of what religion everybody was, in contrast to the way this issue is often dealt with among adults:
    FIRST ADULT: God says I'm right!
    SECOND ADULT: No, God says I'm right!
    FIRST ADULT: You're a pine-cone head!
    SECOND ADULT: No, YOU'RE…

  4. And so on. What's my point? Just this: If people with all different faiths — Christians, Jews, Muslims, Buddhists, Hindus, Yankee fans- spent sometime together, talking and listening to each other, maybe — just may be — we'd all begin to see that, despite our differences, deep down inside, all of us, except for some of the Yankee fans, are human beings, riding together in the buggy of life.

  5. Is that being too naive?

  6. Ha ha! I'm an idiot. Of course that's being too naive. So I'll just close with my auxiliary back-up point, which is: Little girls sure are cute.

ฟังๆ กันหน่อยเถอะครับ

มองป่าผ่านสายตาเด็กๆ

เดฟ บาร์รี

  1. อย่างไรก็ตาม วันที่ผมขี่จักรยาน
    โดยพ่วงโซฟีกับเพื่อนอยู่นี้แหละ
    เรื่องที่ได้ฟังจากโรงเรียนก็ผุด
    ขึ้นมาในสมองของโซฟี เด็กทั้ง
    สองคุยกันในกระบะข้างหลังผมว่า

  2. โซฟี: เธออยากฟังเรื่องพวกยิว
    ที่ฉันเรียนมาจากโรงเรียนมั๊ย?
    โซเฟีย: พวกยิวคืออะไร?
    โซฟี: ก็พวกที่เป็นยิวไง
    โซฟี: เอ่อ... คือคนที่เป็นคนยิว
    เขาก้อเป็นยิวน่ะ แม่ฉันเป็นยิว
    แต่พ่อไม่ได้เป็น เพราะครอบครัว
    พ่อไม่ได้มาจากที่เดียวกับของ
    แม่ แม่ฉันมาจากไมอามี แม่
    เลยเป็นยิว
    โซเฟีย: แล้วยิวน่ะ คืออะไร ?
    โซฟี: ก้อ คือ คนที่เป็นคนยิว
    น่ะซี และก็มาจากไมอามี พ่อ
    ฉันไม่ได้มาจากไมอามี แต่
    เค้าอยู่ไมอามีนานมาก เค้า
    ตอนนี้อาจเป็นยิวแล้วก็ได้นะ
    โซเฟีย: แต่ฉันก็อยู่ไมอามี
    เหมือนกัน ฉันเป็นยิวรึเปล่า?
    โซฟี: เอ่อ.. ถ้าเธออยู่ไมอามี
    อาจเป็นก็ได้ หรือไม่เป็นก็
    ได้มั้ง
    โซเฟีย: ก็แล้วยิวคืออะไรล่ะ?

  3. น่าเสียดายที่พูดกันได้แค่นั้น
    เราก็ถึงที่หมายพอดี บท
    สนทนาในกระบะพ่วงจึงไม่
    มีข้อสรุปที่ชัดเจน แต่สิ่งที่
    ผมชอบมากก็คือท่าทีของ
    เด็กทั้งสองที่คุยกันอย่างใจ
    เย็น และเปิดใจพร้อมจะ
    เรียนรู้เมื่อพูดถึงเรื่องว่า
    ใครนับถือศาสนาอะไร เป็น
    ท่าทีที่ต่างจากของผู้ใหญ่เ
    มื่อคุยกันถึงเรื่องนี้ ที่มัก
    เป็นแบบว่า
    ผู้ใหญ่คนแรก: พระเจ้าบอก
    ว่าผมถูก!
    ผู้ใหญ่คนที่สอง: ไม่ใช่
    พระเจ้าบอกว่าผมต่างหาก
    ที่ถูก!
    ผู้ใหญ่คนแรก: คุณมันหัว
    แตงโม!
    ผู้ใหญ่คนที่สอง: คุณน่ะซิ...

  4. เถียงกันอย่างนี้เสมอ สิ่งที่
    ผมอยากบอกน่ะหรือครับ?
    ก็แค่ว่า ถ้าเราทุกคนที่มี
    ความเชื่อต่างกัน ไม่ว่าจะ
    เป็นคริสต์ ยิว อิสลาม พุทธ
    ฮินดู หรือแฟนทีมแยงกี้
    ก็ตาม หากหาเวลามาคุย
    และฟังกันบ้าง บางที —
    บางทีเท่านั้นนะครับ — เรา
    อาจเริ่มมองเห็นว่า แม้เรา
    จะต่างกัน แต่ลึกๆ แล้ว เรา
    ทุกคน ยกเว้นพวกแฟนของ
    ทีมแยงกี้แล้ว ต่างก็เป็น
    มนุษย์เหมือนกัน ร่วมทาง
    อยู่ในกระบะชีวิตเดียวกัน

  5. ฟังดูไร้เดียงสาไปหน่อย
    ไหมครับ?

  6. อิ..อิ ก้อผมมันคนซื่อบื้ออยู่แล้ว
    จริงแหละครับ ไร้เดียงสาไป
    หน่อยจริงๆ งั้นเอาเป็นว่าขอ
    ตบท้ายด้วยคำพูดสำรองที่
    ผมเตรียมมาเผื่อก็แล้วกัน
    ว่าเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ นี่น่ารัก
    ดีเนอะ

คำอธิบาย
ในย่อหน้าที่ 8 เป็นคำสนทนาของเด็กวัยสี่ขวบ ใช้สำนวนพูดตลอด ดิฉันจึงพยายามแปลแบบคำพูด
ของเด็ก แม่ห นูโซเฟียถามความหมายของชาวยิวด้วยความอดทนในระดับพอๆ กับคนตอบที่
พยายาม ตอบอย่างสุดชีวิตเท่าที่แกจะมีความสามารถตอบได้ อารมณ์ที่เห็นได้คือความอดทน
ของทั้งสองจากการถามซ้ำๆ ถึงสี่ครั้งแม้จะไม่ได้คำตอบที่อยากทราบ และการพยายามตอบด้วย
คำอธิบายยาวๆ นอกนั้นยังมีความไม่มั่นใจในบางครั้งของผู้ตอบ เช่นมักใช้คำว่า well.. maybe
clould be
นอกจากนั้นแม่หนูโซเฟียยังเป็นนักวิเคราะห์ตัวยงที่เห็นว่ายังไม่ได้คำตอบที่ต้องการ
ภาพเหตุการณ์เล็กๆ นี้และอารมณ์เหล่านี้เป็นสิ่งที่ผู้เขียนโยงไปสู่สิ่งสำคัญที่ต้องการสื่อในย่อหน้า
ที่ 9 ว่า But what I like was the relaxed and open attitude... ซึ่งดิฉันเลือกใช้
คำว่าท่าทีคุยอย่างใจเย็น และเปิดใจพร้อมที่จะเรียนรู้ จากนั้นผู้เขียนก็ดึงไปเปรียบกับท่าทีการคุย
ของผู้ใหญ่ในเรื่องเดียวกันนี้

จากคำพูดของผู้ใหญ่เราจะได้อารมณ์ต่างออกไปทันทีค่ะ เป็นอารมณ์ที่ไม่มีใครยอมใครและมั่นใจ
สุดๆ ว่าตนเองถูกต้อง อีกฝ่ายผิดแน่นอน ลองสังเกตสำนวนการแปลของคนสองวัยสองอารมณ์
เปรียบเทียบกันด้วยนะคะ โดยเฉพาะคำพูดประโยคเดียวกันระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่ว่า You're a pine-cone head. ซึ่งหนูน้อยโซฟีกับโซเฟียเย้าแหย่กันในช่วงต้นของเนื้อเรื่องที่อยู่ในตอนแรก
ซึ่งดิฉันขอยกมาดังนี้ค่ะ

FIRST CHILD: You're a pine-cone head.(Wild giggling)
เด็กคนแรก: เธอหัวแตงโม (คิกคักไม่ยอมหยุด)
SECOND CHILD: No, You're a pine-cone head! (Wild giggling)
เด็กคนที่สอง: เธอสิหัวแตงโม! (กี๊กหนักขึ้น)

อารมณ์ของเด็กที่หยอกเย้าเห็นได้ชัดจากข้อความ wild giggling นั่นเอง ในขณะที่ประโยคเดียว
กันนี้แต่ใส่อารมณ์หงุดหงิดก็จะแปลแบบแสดงอีกอารมณ์หนึ่งว่า
คุณมันหัวแตงโม

Pine-cone head ซึ่งแปลว่าหัวลูกสนนั้น ดิฉันได้อธิบายไว้ในตอนแรกว่าการเปลี่ยนเป็น
หัวแตงโม นั้นเป็นการพยายามหาคำอุปมาอุปมัยแบบไทยๆ ที่แปลว่า คนโง่ มาใช้แทนเนื่องจาก
เราไม่น่าจะคุ้นเคยกับลูกสนเท่ากับแตงโม วิธีการแปลคำอุปมาอุปมัยเช่นนี้มีอีกวิธีหนึ่งคือแปล
ตรงตัวว่า หัวลูกสน อันนี้แล้วแต่ผู้แปลจะเลือกแปลด้วยวิธีใดค่ะ

ในย่อหน้า 12 Ha ha! ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เห็นอารมณ์ขันของผู้เขียน ดิฉันยังนึกไม่ออกว่า
ภาษาไทยเราจะถ่ายทอดเสียงหัวเราะเยาะตัวเองของผู้เขียนนี้ออกมาได้อย่างไรดี แต่มักเห็นวัยรุ่น
สมัยใหม่เขาใช้กันมากว่า อิ..อิ ก็ถ่ายทอดอารมณ์นี้ออกมาได้พอสมควรค่ะ

Little girls sure are cute. ที่ผู้เขียนบอกว่าเป็น auxiliary back-up point การที่จู่ๆ ผู้เขียนใช้ประโยคที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเชิญชวนให้ฟังซึ่งกันและกัน อาจมีความหมายว่า ผู้เขียน
ประชดประชัน ผู้ที่คิดว่าการฟังกันเป็นเรื่องไร้เดียงสา ที่มีแต่คนซื่อบื้อเท่านั้นที่คิดเช่นนั้น ฉะนั้นพูด
ไปก็คงไม่มีใครฟัง จึงเตรียมประโยคสำรองเผื่อไว้ด้วย ไหนๆ ก็จะไม่ฟังก็เปลี่ยนเป็นประโยคอื่น
ให้ดีกว่า


สวัสดีค่ะ

จนกว่าจะพบกันใหม่ค่ะ     
เกษมศรี วงศ์เลิศวิทย์


  • This lesson is prepared by Asso.Prof. Kasemsri Vonglertvidhya, a former lecturer in English and Linguistics at Western Language Department, Srinakarinwirot University (Bangkhen Campus). She is now Director of English Language Training Program, Faculty of Education, SWU, and a freelance translator.

    Back to our home page

    Read our other translate it columns here.

    | © The Post Publishing Public Co., Ltd.
    All rights reserved 2004

    Last modified: May 31, 2004
    |