| about this site | who we are | site map | reading tips | teaching tips | student tips | build vocab |
| teaching vocab | hot links | visit Thai school | Bangkok Post | Post books | student weekly | home


Tuesday, May 25, 2004

"Translate It" is designed for the many people who are required to translate English into Thai. It will also be useful for those who like some Thai-language support for their English lessons. These lessons are also very popular with expatriates who are learning Thai at an advanced level.

FOR THAI-WINDOWS 95 USERS, *THIS PAGE IS BEST VIEWED IN CordiaUPC (14 pt) OR OTHER UPC THAI-COMPATIBALE FONTS SUCH AS LILY, DILLENIA, EUCROSOCIA, FREESIA OR IRIS*

FOR INTERNATIONAL USERS, THAI FONTS CAN BE OBTAINED FROM THE FOLLOWING URL: http://thaigate.nacsis.ac.jp/files/thaifonts.html

..............................................................


สวัสดีค่ะ
ท่ามกลางข่าวอัปมงคลทั้งหลายที่เกิดขื้นในสังคมทุกวี่ทุกวัน เรื่องน่ารักๆ ที่แฝงความคิดที่งดงาม
และผู้เขียนก็เขียนได้อย่างมีอารมณ์ขันเป็นเรื่องที่เหมือนน้ำทิพย์ชโลมใจได้เป็นอย่างดี อย่างเรื่อง
ที่ดิฉันอยากนำมาเผยแพร่สำหรับท่านที่ไม่มีโอกาสได้อ่านเรื่องนี้แหละค่ะ

แม้จะค่อนข้างยาวก็ยอมค่ะ สำหรับสิ่งที่น่าสนใจในงานแปลชิ้นนี้คือการถ่ายทอดอารมณ์ ปรมาจารย์
ท่านผู้รู้ในเรื่องการแปลทั้งไทยและเทศจะกล่าวถึงการถ่ายทอดอารมณ์จากต้นฉบับนอกเหนือจาก
การถ่ายทอดความหมายแล้วเสมอ ในส่วนตัวดิฉันเองแล้วคิดว่าตรงนี้แหละที่ทำให้งานแปลก้าว
มาถึงจุดที่เป็นงานศิลปะนอกเหนือจากเรื่องของตัวภาษาซึ่งนับเป็นศาสตร์แห่งงานแปล

การจะทราบอารมณ์ของต้นฉบับได้นั้น ผู้แปลจำเป็นต้องอ่านต้นฉบับอย่างพินิจพิเคราะห์ สังเกต
คำที่ใช้ เช่นเป็นคำที่เป็นทางการหรือไม่ โครงสร้างประโยคซับซ้อนหรือไม่ เนื้อเรื่องเป็นอย่างไร
มีแนวการเขียนและน้ำเสียงเช่นไร เช่นในต้นฉบับนี้มีแนวเขียนแบบไม่เป็นทางการ เล่าเรื่องสนุก
สนานของเด็กวัย 4 ขวบ เพื่อจะสื่อความคิดบางอย่างกับผู้อ่านผ่านพฤติกรรมของเด็กวัยไร้เดียงสา
ซึ่งแฝงความน่ารักและน่าขันเอาไว้ น้ำเสียงเป็นการสะกิดแบบเชิญชวนให้ผู้อ่านหยุดคิดสักนิด อรรถรสเหล่านี้ผู้แปลที่ดีต้องหาทางถ่ายทอดสารออกมาให้ได้อย่างครบถ้วนหรือให้ใกล้เคียง
มากที่สุดค่ะ

Listen to this

Seeing the forest through the eyes of our children

Dave Barry

  1. So I was pedaling along on my bicycle, towing a little kiddie trailer that contain my daughter, Sophie, and her friend Sofia. I like to tow Sophie when she has a friend with her, because they quickly forget that I'm up there pedaling, so I can listen in on their conversations and find out what is on the minds of four-year-old children. Usually it's something like this:

  2. FIRST CHILD:
    You're a tree head! (Wild giggling)
    SECOND CHILD:
    No, YOU'RE a tree head (Wild giggling)
    FIRST CHILD:
    You're a pin-cone head! (Wild giggling)
    SECOND CHILD:
    No, YOU'RE a pine-cone head!
    (Wild giggling) And so it goes, for miles after insight-filled miles. But sometimes they have serious discussions back there, and on this particular bicycle ride, the topic turned into religion.

  3. I should explain that my wife is Jewish, and I'm not. We celebrate Hanukkah, but we also celebrate Christmas, which means that each year we open presents, sing songs, and eat high-carbohydrate food for roughly 137 days in a row.

  4. It's a good deal for Sophie who, as children do, has adapted effortlessly to her parents' different religious heritages. We've told her that Mommy's family comes from one place, and Daddy's family comes from another place, but the important thing is we all love each other, and we always try to be nice to everybody, and we wash our hands after we go potty.

  5. These are our core value.

  6. Sophie goes to a Jewish preschool, and every now and then she comes home with a story from the Old Testament, which she sometimes acts out using her dolls.

ฟังๆ กันหน่อยเถอะครับ

มองป่าผ่านสายตาเด็กๆ

เดฟ บาร์รี

  1. ผมกำลังขี่จักรยาน มีกระบะเล็ก
    สำหรับเด็กนั่งพ่วงไปด้วยข้างหลัง
    ในกระบะ มีโซฟี ลูกสาวผมกับ
    เพื่อนที่ชื่อโซเฟียนั่งไปด้วยกัน
    ผมชอบขี่จักรยานแล้วพ่วงลูกสาว
    ไปด้วยเวลาแกมีเพื่อนอย่างนี้
    เพราะไม่นานแกจะลืมว่าผม
    กำลังขี่อยู่ข้างหน้า แล้วผมก็จะ
    ได้ฟังความคิดของเด็กวัยสี่ขวบจ
    ากเรื่องที่แกคุยกัน ซึ่งส่วนใหญ่
    ก็มักจะคล้ายๆ อย่างนี้

  2. เด็กคนแรก:
    เธอหัวต้นไม้ (คิกคักชอบใจ)
    เด็กคนที่สอง:
    เธอน่ะสิ หัวต้นไม้ (หัวเราะกี๊ก)
    เด็กคนแรก:
    เธอหัวแตงโม (คิกคักไม่ยอมหยุด)
    เด็กคนที่สอง:

    เธอน่ะสิ หัวแตงโม (กี๊กหนักขึ้น)

    คุยกันทำนองนี้ล่ะครับ ตลอด
    ระยะทางล้วนแต่สรรหาคำ
    มาเปรียบเปรยกันและกัน
    แต่บางครั้งมีเหมือนกันที่ผม
    ได้ยินเรื่องหนักๆ ดังมาจาก
    ข้างหลัง คราวนี้ก็เช่นกัน หัวข้อ
    สนทนากลายเป็นเรื่องศาสนา

  3. ผมควรอธิบายให้ฟังก่อนว่า
    ภรรยาผมนับถือศาสนายิว แต่
    ผมไม่ได้นับถือด้วย เราฉลอง
    กันทั้งเทศกาลแฮนุคคาและ
    เทศกาลคริสตมาส ซึ่งหมาย
    ความว่าแต่ละปีเราจะมีการ
    เปิดห่อของขวัญ ร้องเพลง และ
    กินอาหารที่หนักแป้งอยู่คิด
    สะระตะแล้วก็ราวๆ 137 วัน
    ติดต่อกัน

  4. ค่อนข้างหนักไม่น้อยสำหรับ
    หนูโซฟี แต่ก็เหมือนเด็กทั่วๆ ไป
    แกปรับตัวได้โดยไม่ลำบากอะไร
    กับประเพณีทางศาสนาที่ต่างกัน
    ของพ่อและแม่ เราอธิบายให้แก
    ฟังว่า ครอบครัวทางแม่ของแก
    มาจากที่หนึ่ง ทางพ่อของแกก็
    มาจากอีกที่หนึ่ง แต่สิ่งสำคัญคือ
    เราทุกคนรักกัน และเราพยายาม
    ทำดีกับคนอื่นด้วย และเราต้อง
    ล้างมือหลังจากนั่งกระโถนแล้ว

  5. นั่นเป็นหลักที่เรายึดถือปฏิบัติกัน

  6. โซฟีไปเรียนโรงเรียนอนุบาล
    ของศาสนายิว ประเดี๋ยวๆ ก็มี
    เรื่องเล่าจากพระคัมภีร์เก่ากลับ
    มาบ้าน บางทีแกก็เอาไปเล่น
    สมมติกับตุ๊กตาด้วย

ชื่อเรื่อง
ได้มาจากการอ่านเนื้อเรื่องทั้งหมด แล้วใช้คำที่ให้ได้อารมณ์ความรู้สึกถึงการเชิญชวนตามที่ผู้เขียน
ต้องการด้วยคำว่า ....หน่อยเถอะครับ แทนการแปลตรงๆ ว่า "ฟังนี่หน่อย"

ย่อหน้าที่ 1
5 So นั้นในที่นี้ใช้สำหรับนำข้อความที่จะกล่าวต่อไป ไม่ได้มีความหมายว่าดังนั้น ดิฉันไม่ได้แปล
เพราะเห็นว่าไม่มีคำไทยเหมาะกับคำนี้ค่ะ

ย่อหน้าที่ 2
เป็นย่อหน้าที่เห็นได้ชัดถึงการเฟ้นคำเพื่อใส่อารมณ์สนุกของเด็กในคำว่า giggling ให้ผู้อ่านได้
ภาพว่าเด็กสองคนกำลังหยอกเย้ากัน เช่นใส่เสียงหัวเราะ กี๊กลงไปแทนคำว่าหัวเราะคิกคักบ้าง
การแหย่กันว่า หัวต้นไม้ (tree head) หัวลูกสน (pine-cone head) นั้นมีความหมายว่าโง่ หรือ
บ้องตื้น การแปลคำอุปมาอุปมัยเช่นนี้ท่านผู้รู้ให้แนวว่า หากเป็นสำนวนที่ไม่ได้มีตรงกันหรือคล้ายกัน
ในภาษาแปลก็อาจแปลได้สองวิธีคือการแปลตรงตัว เช่นหัวต้นไม้ ดังที่ใช้นี้ และการพยายามหา
คำแปลที่มีความหมายคล้ายกับสำนวนนั้นมาแทน เช่นที่ดิฉันใช้ว่า หัวแตงโม แทน หัวลูกสน เนื่อง
จากดิฉันคิดว่าผู้อ่านคงจะนึกภาพหัวต้นไม้ออก ส่วนหัวลูกสนน่าจะลำบากเพราะบ้านเราไม่ค่อยคุ้น
จึงหาคำที่พอจะสื่อได้ว่าโง่มาแทนค่ะ

Miles after insight-filled miles ถ้าแยกดูเป็นสองส่วนจะเข้าใจง่ายขึ้น ส่วนแรกคือ miles
after miles วลี ...after... มีความหมายว่าสิ่งนั้นเกิดขึ้นหลายครั้ง หรือเกิดอย่างต่อเนื่อง เช่น
day after day หมายถึงทุกวัน ฉะนั้น miles after miles จึงหมายถึงตลอดระยะการเดินทาง
อีกส่วนคือ insight-filled ขยาย miles หมายถึงเต็มไปด้วยความเข้าใจในสิ่งนั้นๆ ใช้เป็นวลี
ขยายการเย้าแหย่ของเด็กที่หาคำมาเปรียบเปรยบุคลิกของอีกฝ่าย ดังนั้นจึงแปลได้ว่า ตลอดทาง
ล้วนแต่...กันและกัน

ย่อหน้าที่ 3
เทศกาลฉลองของศาสนายิวที่เรียกว่า แฮนุคคา เป็นการเฉลิมฉลองสำคัญเป็นเวลาแปดวัน
เพื่อระลึกถึงวาระที่มหาวิหารในกรุงเยรูซาเล็มได้รับการสถาปนาขึ้นอีกครั้งเมื่อ 165 ปีก่อน
คริสตกาลหลังจากถูกทำลายไป เป็นเทศกาลในเดือนพฤศจิกายนหรือธันวาคม

ย่อหน้าที่ 4
พูดถึงหลักปฏิบัติที่สำคัญของทั้งสองศาสนา ศาสนาคริสต์นั้นยึดหลักปฏิบัติให้รักกันและกัน และ
ให้รักผู้อื่น ส่วนศาสนายิวคือการชำระล้างร่างกายให้สะอาด ย่อหน้านี้คือส่วนที่ผู้เขียนยกตัวอย่าง
การปฏิบัติตามหลักศาสนาที่แตกต่างกันแต่กลมกลืนกันได้ในครอบครัว

ย่อหน้าที่ 6
5Old Testament คือพระคัมภีร์ของศาสนายิว เริ่มตั้งแต่พระเจ้าสร้างโลก มาจนถึงก่อน
พระเยซูประสูติ สำหรับศาสนาคริสต์นั้นรับพระคัมภีร์เก่านี้มาและมีพระคัมภีร์ใหม่อีกเล่มหนึ่ง
ที่เรียกว่า New Testament เริ่มตั้งแต่พระเยซูประสูติจนถึงการจัดตั้งคริสต์ศาสนาเป็นปึกแผ่น

น่าเสียดายที่ดิฉันต้องขอยกเนื้อเรื่องตอนสำคัญไปไว้ในคราวหน้าเสียแล้วค่ะ

จนกว่าจะพบกันใหม่ค่ะ     
เกษมศรี วงศ์เลิศวิทย์


  • This lesson is prepared by Asso.Prof. Kasemsri Vonglertvidhya, a former lecturer in English and Linguistics at Western Language Department, Srinakarinwirot University (Bangkhen Campus). She is now Director of English Language Training Program, Faculty of Education, SWU, and a freelance translator.

    Back to our home page

    Read our other translate it columns here.

    | © The Post Publishing Public Co., Ltd.
    All rights reserved 2004

    Last modified: May 24, 2004
    |