|
คำอธิบาย
ในแง่ของเทคนิคการทำงานแปลก็ยังเป็นเรื่องการปรับบทแปล
ซึ่งดิฉันได้กล่าวไว้ในตอนที่แล้ว
ว่าการแปลงานเชิงวิชาการนั้นเนื่องจากเป็นงานที่ผู้อ่านต้องทำความเข้าใจและวิเคราะห์เนื้อหา
ไปด้วยขณะอ่าน การแปลแบบให้อ่านเข้าใจได้ง่ายที่สุดจึงน่าจะเป็นการแปลที่ดีที่สุด
การปรับ
บทแปลในงานประเภทนี้จึงเน้นให้อ่านง่ายและการใช้ภาษาไทยที่รื่นหู
ในขณะที่เนื้อความต้อง
ตรงกับต้นฉบับด้วย
ดิฉันได้กล่าวถึงเทคนิคการปรับบทแปลไว้สองสามวิธีแล้วในตอนที่แล้ว
สำหรับตอนนี้เป็นเรื่อง
การแบ่งข้อความให้สั้นลง เพื่อให้ผู้อ่านติดตามเนื้อความได้ง่ายขึ้น
เนื่องจากผู้อ่านจะย่อยสาระ
ที่อ่านตามวรรคตอน การวางส่วนขยายติดต่อกันยาวๆซึ่งภาษาอังกฤษทำได้นั้น
เมื่อแปลเป็น
ภาษาไทยแล้วมักทำให้เป็นสำนวนดีได้ยาก ผู้อ่านไม่มีโอกาสเว้นวรรคความคิด
หรือที่แย่ไป
กว่านั้นคือบางครั้งอาจทำให้ผู้อ่านเข้าใจผิดได้ด้วย
มาดูตัวอย่างกันนะคะ
¿ ในย่อหน้าที่
2 ข้อความตั้งแต่ but on better integrating....จนจบย่อหน้านี้
ถ้าแปลด้วย
สำนวนที่ยังไม่มีการปรับจะได้ว่า
"...แต่เป็นเรื่องของการปรับตัวให้เข้ากับสังคมให้ดีขึ้นของลูกหลานพวกที่เรียกได้ว่าเป็น
กาสเตอร์
ไบเตอร์หรือ แรงงานจากต่างชาติซึ่งอพยพมาเยอรมนีระหว่างทศวรรษที่
1950 ถึง 1970"
จะเห็นว่าเป็นข้อความที่ยาวรุงรังด้วยส่วนขยาย
ถ้าปรับด้วยการแบ่งข้อความนี้ออกเป็นสองประโยค
จะอ่านง่ายกว่าค่ะ โดยเพียงเปลี่ยนอนุประโยคขยายที่ขึ้นต้นด้วย ซึ่ง
ให้เป็นประโยคสามัญว่า พวกนี้อพยพมาเยอรมนีระหว่างทศวรรษที่ 1950
ถึง 1970
อีกตัวอย่างหนึ่ง
จากย่อหน้าที่ 3 ค่ะ
¿
... the service and information-based economies of the future
ซึ่งดิฉันแปลไว้ว่า
...ระบบเศรษฐกิจด้านงานบริการและด้านที่เน้นข่าวสารข้อมูล
ซึ่งจะเป็นระบบเศรษฐกิจในอนาคต
ตัวอย่างนี้ถ้าแปลตามโครงสร้างการวางส่วนขยายของภาษาต้นฉบับ
ว่า "... ระบบเศรษฐกิจด้านงาน
บริการและด้านที่เน้นข่าวสารข้อมูลของอนาคต..." ผู้อ่านก็อาจเข้าใจว่าเป็นข่าวสารข้อมูลของอนาคต
ไม่ใช่ระบบเศรษฐกิจของอนาคต
หรือหากใช้ว่า
ระบบเศรษฐกิจของอนาคตด้านงานบริการและด้านที่เน้นข่าวสารข้อมูล
แม้ยังจะ
ดีกว่าการแปลแบบแรก แต่ก็อ่านเข้าใจได้ยากกว่าการแยกส่วนขยายนี้ออกมาเป็นอนุประโยค
¿
ท่านผู้อ่านอาจรู้สึกว่าการปรับบทแปลตามที่กล่าวมานี้มักเป็นการขยายความ
ทำให้สูญเสียความ
กระชับของข้อความ ซึ่งอาจเป็นปัญหาหากงานแปลนั้นมีหน้ากระดาษจำกัด
สำหรับเรื่องนี้หากเราใช้
เทคนิคการตัดคำบางคำหรือใช้สรรพนามแทน ในกรณีที่แน่ใจว่าผู้อ่านจะต้องเข้าใจแล้วว่าหมายถึง
สิ่งใดมาใช้ด้วยแล้ว ปัญหาเรื่องความยาวของสำนวนแปลภาษาไทยจะลดลงไปได้มากค่ะ
ตัวอย่าง
ที่ดิฉันใช้ในบทแปลวันนี้ เช่น
¿
ในย่อหน้าที่ 8 Much of Germany's concern about immigration
สิ่งที่รัฐบาลเยอรมันนี
กังวลส่วนใหญ่ในเรื่องนี้ ...โดยไม่ต้องกล่าวซ้ำอีกว่าเรื่อง
การให้คนเข้ามาทำงานในประเทศ
¿
ในย่อหน้าที่ 10 But you can't lock the new system in after
10 years. แต่หลังจาก
นั้น เราจะปิดกั้นระบบใหม่ ...
นอกจากนี้การหาคำไทยที่กระชับแต่ได้ความหมายตรงกับต้นฉบับก็จะเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะทำให้งานแปล
กระชับค่ะ ตัวอย่างเช่น
¿
ในย่อหน้าที่ 7... give work and residence permission ใช้ว่า
ทำงานและพำนักอยู่ใน
ประเทศได้ จะดีกว่าแปลยาวว่า ... ให้มีงานทำและได้รับอนุญาตให้พักอาศัยอยู่ในประเทศได้
¿
ในย่อหน้าที่ 9... But those immigrants were less skilled,
not the high-skilled workers
ในบริบทนี้ใช้ว่า แต่พวกนี้ไม่ใช่พวกแรงงานฝีมือสูง ก็ได้ความพอๆกับแปลว่า
...แต่พวกนี้เป็นพวก
แรงงานฝีมือต่ำ ไม่ใช่พวกแรงงานฝีมือสูง ... เนื่องจากเป็นการกล่าวที่ซ้ำความกันเท่านั้น
ตัวอย่างงานแปลวันนี้ดิฉันขอจบลงด้วยความสำคัญของการอ่านต้นฉบับให้เข้าใจอย่างถ่องแท้
เพราะเป็น
เครื่องมือสำคัญในการหาคำที่ถูกต้องและกระชับมาใช้ ตัวอย่างหนึ่งในบทแปลวันนี้คือคำง่ายๆว่า
only
ซึ่งเป็นกริยาวิเศษณ์ในประโยคว่า
¿
Germany will only lose from waiting to implement a points
system. ซึ่งถ้าพิจารณา
เพียงเนื้อความเท่านี้ ก็อาจแปลได้ว่า
1)
การรีรอไม่นำเอาระบบคะแนนมาใช้มีแต่จะทำให้เยอรมนีเสียโอกาสเท่านั้น
(โดยตีความหมาย only
ว่า exclusively อย่างเช่นในตัวอย่างว่า The video is used only
for teaching purposes.) หรือ
2)
เยอรมนีเพียงแค่สูญเสียโอกาสจากการรอคอยให้นำเอาระบบคะแนนมาใช้เท่านั้น
(โดยตีความ
หมาย only ว่า merely หรือ just เช่นในตัวอย่าง I only paid 2000
baht for the flight. )
ปัญหาการเลือกว่าจะแปลในความหมายใดนั้นจึงขึ้นอยู่กับเนื้อความโดยรวม
ซึ่งผู้แปลต้องวิเคราะห์จน
เห็นความเชื่อมโยงของสาระในส่วนต่างๆของเรื่องอย่างชัดเจนค่ะ ในเรื่องนี้เป็นการพูดถึงข้อเสียซึ่งใน
ความเห็นของผู้เชี่ยวชาญแล้วไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย จึงควรเลือกแปลความหมายของคำ
only ในแบบ
สำนวนแรกค่ะ หากแปลด้วยสำนวนที่สองจะทำให้ความหมายผิดไปอย่างมาก
สวัสดีค่ะ
เกษมศรี วงศ์เลิศวิทย์
|