|
คำอธิบาย
1. ในชื่อเรื่องคำว่า
cannot พยายามไม่แปลว่าสามารถ เช่น ญี่ปุ่นไม่สามารถหลีกเลี่ยงการขึ้น
ภาษีได้ ใช้คำว่า ได้ ไม่ได้ หรือ ไม่อาจ แทนไปเลยค่ะ
2.
บ่อยครั้งที่เราเห็นคำที่ไม่น่าจะเข้ากับบริบทแต่ผู้เขียนก็ใช้เพื่อ
"เล่น" ความหมายแบบอุปมา
เราไม่ควรแปลตรงๆ ซื่อๆ เพราะในภาษาไทยอาจไม่มีความหมายแบบอุปมาเช่นนั้น
ตัวอย่าง
เช่น volley ในหัวบทรอง ซึ่งแปลว่า การเตะสกัด(ฟุตบอล) การยิงรัว
การยิงเป็นตับ การปะท
ุพร้อมกัน การยิงคำถามและคำวิจารณ์เป็นตับ คำพูดนี้เป็นการวิจารณ์เป็นชุดครั้งล่าสุดในการ
แสดงความขัดแย้ง คงไม่เป็นภาษาเท่าไหร่ ผู้แปลจึงต้องพิจารณาความให้ดีโดยการอ่านเรื่อง
ให้ละเอียด จะเห็นว่านายทานิกาคิพูดเรื่องเดียวกันนี้หลายครั้ง ต่างกรรมต่างวาระ
จึงเหมือน
การยิงปืนเป็นชุด ทำให้พอจะเห็นการอุปมาว่าน่าจะหมายถึงการพูดหลายครั้ง
ปัญหาขั้นต่อมาคือ
จะทำอย่างไรให้กระชับแต่สื่อความได้เท่าหรือเกือบเท่าต้นฉบับ ตรงนี้เป็นศิลปะของแต่ละท่านค่ะ
แต่ช่วยได้มากถ้าเราอ่านมาก ปัญหานี้จะเกิดกับการแปลสำนวน(ในย่อหน้าที่
3) ด้วยเช่น It
goes without saying ซึ่งหมายถึง "เป็นเรื่องที่เห็นอย่างชัดแจ้งแล้ว
ไม่ต้องมีการอธิบาย
อีกแล้ว" และ Given the fact that.... หมายถึง "ถ้าพิจารณาถึง..."
ซึ่งดิฉันได้เคยกล่าวถึง
การแปลสำนวนไว้แล้วบ้างในตัวอย่างงานแปลสัปดาห์ที่แล้วค่ะ
3.
พยายามลบโครงสร้างภาษาต้นฉบับออกจากใจนะคะ เอาแบบไทยๆ ใส่เข้าไป
อย่างเช่น
ย่อหน้าที่ 2 Warning against..., Tanikagi said the government's...
ข้อความ
แรกทำหน้าที่บอกเหตุผลให้กับข้อความถัดไปว่าการที่นายทานิกาคิกล่าวว่า
"การอภิปรายเรื่อง
การปรับงบประมาณปีนี้ของรัฐบาลจะต้องพูดกันถึงมาตรการทั้งเรื่องรายได้และการใช้จ่ายด้วย"
เพราะต้องการเตือนว่าอย่าโอ้เอ้ไม่ตัดสินใจเสียที ถ้าแปลอย่างคงรูปโครงสร้างเดิมว่า
เนื่องจาก
ต้องการเตือนเรื่องการพยายามถ่วงเวลาการตัดสินใจอย่างเด็ดขาดในเรื่องนี้
นายทานิกาคิจึง
กล่าวว่า ... กลิ่นเนยก็ยังไม่หมดค่ะ
ต่อไปนี้คำสำนวนแปลที่สมบูรณ์ทั้งสองย่อหน้าค่ะ
ญี่ปุ่นเลี่ยงการขึ้นภาษีไม่ได้แล้ว
คารมชุดล่าสุดของความขัดแย้ง
ซิดนีย์ รอยเตอร์ส
- โตเกียว - นายซาดาคาซึ ทานิกาคิ รัฐมนตรีคลังของญี่ปุ่นกล่าวเมื่อวานนี้ว่า
"ญี่ปุ่นไม่อาจใช้วิธีตัดค่าใช้จ่ายเพื่อลดหนี้สินที่กำลังโตขึ้นของรัฐบาลแต่เพียง
อย่างเดียวแล้ว ซึ่งหมายความว่าการขึ้นภาษีเป็นเรื่องที่จำเป็น"
- เขายังเตือนถึงการพยายามถ่วงเวลาการตัดสินใจอย่างเด็ดขาดในเรื่องนี้ว่า
การอภิปรายเรื่องการปรับงบประมาณปีนี้ของรัฐบาลต้องพูดกันถึงมาตรการ
ทั้งเรื่องรายได้และการใช้จ่ายด้วย ซึ่งควรจะต้องมีบางส่วนสะท้อนออกมาให้
เห็นในงบประมาณปี 2007/08 ที่กำหนดจะร่างกันต่อไปในปีนี้
- นายทานิกาคิยังกล่าวในการสัมมนาทางธุรกิจครั้งหนึ่งว่า
"การตัดค่าใช้จ่าย
อย่างเข้มงวดก็เป็นเรื่องที่ทำกันเห็นๆ อยู่แล้ว แต่ถ้าพิจารณาว่ามูลค่าการยืม
ในรูปของการออกพันธบัตรยังมีสูงถึง 37.6 % ของงบประมาณของเราแล้ว
เรื่องจะแก้ปัญหาด้านงบประมาณโดยการตัดค่าใช้จ่ายแต่เพียงอย่างเดียวคง
เป็นเรื่องที่ยากมาก
- วาทะเหล่านี้เป็นการโต้คารมชุดล่าสุดของความขัดแย้งเรื่องการขึ้นภาษีบริโภค
5% ในอนาคตอันใกล้นี้ว่าเหมาะสมหรือไม่ ซึ่งเป็นความขัดแย้งในเชิงความคิด
ระหว่างนายทานิกาคิ กับนายคาโอรุ โยซาโนะ รมต เศรษฐกิจฝ่ายหนึ่ง
กับนาย
เฮอิโซะ ทาเคนาคะ รมต มหาดไทย กับนายเฮดินาโอะ นาคากาวะ
ประธานฝ่าย
นโยบายของพรรคลิเบอรัล เดโมเครติกซึ่งเป็นพรรครัฐบาลอีกฝ่ายหนึ่ง
| จนกว่าจะพบกันใหม่ สวัสดีค่ะ
เกษมศรี วงศ์เลิศวิทย์
|