| about this site | who we are | site map | reading tips | teaching tips | student tips | build vocab |
| teaching vocab | hot links | visit Thai school | Bangkok Post | Post books | student weekly | home


Tuesday, January 24, 2006

"Translate It" is designed for the many people who are required to translate English into Thai. It will also be useful for those who like some Thai-language support for their English lessons. These lessons are also very popular with expatriates who are learning Thai at an advanced level.

FOR THAI-WINDOWS 95 USERS, *THIS PAGE IS BEST VIEWED IN CordiaUPC (14 pt) OR OTHER UPC THAI-COMPATIBALE FONTS SUCH AS LILY, DILLENIA, EUCROSOCIA, FREESIA OR IRIS*

FOR INTERNATIONAL USERS, THAI FONTS CAN BE OBTAINED FROM THE FOLLOWING URL: http://thaigate.nacsis.ac.jp/files/thaifonts.html

..............................................................


สวัสดีค่ะ

วันนี้เรามาแปลบทเรียนที่ตัดตอนมาจากบทความชื่อ Wanna be a millionaire? Don't
buy this book
เขียนโดย Damon Darlin กันต่อนะคะ การเป็นคนรวยไม่ควรคิดแต่จะ
ทำงานเพื่อเงิน แต่ควรทำงานเพื่อเรียนรู้และรู้จักฟันฝ่าอุปสรรค รู้จักใช้เงินอย่างฉลาดและ
รู้จักเก็บออม โรเบิร์ต ที คิโยซากิ กล่าวว่าทุกวันนี้เราทำงานเพื่อเงิน...แต่ไม่รู้จักใช้เงิน
ทำงานแทนเรา ศาสตราจารย์สองท่านกลายเป็นเศรษฐีเงินล้านเช่นเดียวกับคิโยซากิเพราะ
ได้เสนอลักษณะของเศรษฐีเงินล้านบางประการ โดยเฉพาะการกระเหม็ดกระแหม่ การไม่
ทำตัวเด่นดังและการมีคู่ครองที่คำนึงถึงการเงินของครอบครัว เนื้อหาของบทเรียนดังกล่าว
นี้เป็นข้อสรุปที่น่าจะมีประโยชน์ต่อนักแปล นักเขียนหนังสือ และผู้อ่านทั่วไป อย่าลืมว่าก่อน
ลงมือแปล คุณควรจะอ่านเพื่อทำความเข้าใจให้ตลอด และยึดมั่นในหลักการแปลเชิงศาสตร์
ผสมผสานกับศิลปะการสื่อสารเพื่อความเข้าใจของผู้อ่านโดยเขียนประโยคให้เป็นภาษาไทย
ตามที่คนไทยใช้พูดจากันโดยทั่วไป

Part 2

  1. You have to ask yourself before you buy any of these books: Did my neighbours get rich because they just think differently, or because they use money more wisely?
  2. This millionaire-mind mania started in 1998 when two professors, Thomas J. Stanley, then at Georgia State University and William D. Danko, teaching marketing in the business school at the State University of New York at Albany, were tired to answer that question. They described the seven characteristics of a breed of frugal and inconspicuous millionaires, which included living below one's means, picking smart advisers and having a spouse involved in the family finances.
  3. It was an eye-opener, and the book The Millionaire Next Door sold about 2.5 million copies in hardcover and paperback while it perched on the New York Times best-seller list for more than three years. The book made the two professors millionaires.
  4. The lesson learned here? It may have been that the way to get rich is to write a book revealing the thinking of millionaires.

ตอน ๒

  1. ก่อนที่คุณจะซื้อหนังสือประเภทนี้
    สักเล่มหนึ่ง คุณถามตัวเองว่า
    เพื่อนบ้านของฉันรวยขึ้นเพราะ
    เขาเพียงคิดต่างไปจากเดิมหรือ
    เพราะเขาใช้เงินอย่างฉลาดขึ้น
    กว่าเดิม
  2. การคลั่งไคล้ในความคิดแบบ
    เศรษฐีเงินล้านนั้นเริ่มเมื่อ พ.ศ.
    2541 โดยศาสตราจารย์ 2 ท่าน
    คือ โทมัส เจ. แสตนลีย์ แห่ง
    มหาวิทยาลัยรัฐจอร์เจีย และ
    วิลเลี่ยม ดี. แดนโก ผู้สอนวิชา
    การตลาดในคณะบริหารธุรกิจ
    แห่งมหาวิทยาลัยรัฐนิวยอร์ค
    ณ อัลบานี รู้สึกเบื่อกับการตอบ
    คำถามที่กล่าวมาแล้ว ศาสตรา
    จารย์ทั้งสองอธิบายถึงลักษณะ
    7 ประการของเศรษฐีเงินล้าน
    ที่ไม่เด่นดังและกระเหม็ด
    กระแหม่ ซึ่งรวมถึงการใช้ชีวิต
    ที่ต่ำกว่ารายได้เฉลี่ย ปฏิบัติ
    ตามผู้แนะนำที่ฉลาด และให้
    คู่ครองมีส่วนร่วมเรื่องเศรษฐกิจ
    ของครอบครัว
  3. ความจริงเรื่องนี้เปิดประเด็น
    ชวนติดตาม และทำให้หนังสือ
    เรื่อง เศรษฐีเพื่อนบ้าน ขายได้
    ประมาณ 2.5 ล้านเล่ม ทั้งที่
    เป็นปกแข็งและปกอ่อน เกาะ
    ติดอยู่ในรายชื่อหนังสือที่ขายดี
    ที่สุดตามรายงานของหนังสือพิมพ์
    นิวยอร์ก ไทมส์ เป็นเวลากว่า 3 ปี
    หงสือเล่มนี้ทำให้ศาสตราจารย์ทั้ง
    สองกลายเป็นเศรษฐีเงินล้าน
  4. บทเรียนที่ได้จากหนังสือเล่มนี้
    คืออะไร คำตอบน่าจะเป็นว่า
    การเขียนหนังสือเปิดเผยความคิด
    ของเศรษฐีเงินล้านคือวิธีทำให้รวย

คำอธิบาย
เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเราได้เปิดประตูออกไปสู่เส้นทางที่นำไปยังอาณาจักรเศรษฐีเงินล้าน สัปดาห์นี้เรา
จะไปพบกับความคิดของเศรษฐีเงินล้านในหนังสือต่างๆ ที่ขายดีที่สุดในอเมริกา และเผยแพร่ไปยัง
หลายประเทศทั่วโลก ในขณะเดียวกันคุณผู้แปลทั้งหลายจะสามารถเก็บกลุ่มถ้อยคำสำนวนเกี่ยวกับ
เศรษฐีเงินล้านไว้ใน 'คลังคำ' ของคุณเพื่อสะดวกใช้ยามจำเป็น

ย่อหน้าที่ 7
ใจความสำคัญของย่อหน้านี้กล่าวถึงศาสตราจารย์ทั้งสองคนกลายเป็นเศรษฐีเงินล้านเพราะได้
แต่งหนังสือเรื่องเศรษฐีเพื่อนบ้าน เป็นหนังสือขายดีที่สุดติดต่อกันถึง 3 ปี ศัพท์ที่น่าสนใจคือ
¿ an eye-opener เป็นสำนวน หมายถึงสิ่งหรือเหตุการณ์ที่เปิดประเด็นใหม่ๆ เหล้าที่ดื่ม
ตอนเช้า 5 hard cover n. หนังสือปกแข็ง 5 paper back n. หนังสือปกอ่อน

ย่อหน้าที่ 8

ใจความสำคัญของย่อหน้านี้เป็นข้อสรุปที่แสดงความจริงและอารมณ์ขันควบคู่กันไปว่า การเป็น
เศรษฐีเงินล้านเกิดจากการเขียนหนังสือเปิดเผยความคิดของเศรษฐีเงินล้าน ในหนังสือเรื่อง
เศรษฐีเพื่อนบ้าน มีประเด็นสำคัญที่สุดคือคำอธิบายว่าเศรษฐีเพื่อนบ้านเห็นความแตกต่าง
ระหว่างความคิดและการกระทำ มหาเศรษฐีที่ประสบความสำเร็จที่แท้จริงจะมีความคิดเรื่อง
ความโด่งดังน้อยมาก ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย มีความสุข หรือเน้นความสุขมากกว่าเงิน ไม่ประกาศ
ตัวโจ่งแจ้ง ขณะเดียวกัน มีวิธีใช้เงินอย่างฉลาดเหมาะสม รายจ่ายที่จำเป็นต่าง ๆ กับรายจ่ายที่
สุรุ่ยสุร่าย จะแตกต่างกันชัดเจนมาก และเขาจะเป็นคนที่เห็นในสิ่งที่คนอื่นไม่เห็น เช่นคนอื่นเห็น
ว่าการซื้อบ้านไว้เป็นทรัพย์สิน แต่เขากลับเห็นว่าเป็นหนี้สิน เป็นต้น

อยากให้คุณอ่านหนังสือ Rich Dad Poor Dad และ The Millionaire Next Door เพราะเป็น
หนังสือที่จุดประกายความคิดและความประพฤติที่จะนำไปสู่เส้นทางเป็นมหาเศรษฐีเงินล้านได้
เช่นกัน

สวัสดีค่ะ     
สิทธา พินิจภูวดล


  • This lesson is based on a short excerpt of an article from the Bangkok Post. The translation and commentary were prepared by Professor Dr Sidtha Pinitpouvadol, Doctorat (Lettres) d'Universit? de Paris (Sorbonne) in Comparative Literature, Cert. in Translation and Teaching of Translation, AUPELF. Dr Sidtha has taught translation for many years at Ramkhamhaeng University, and University of Kasetsart.

    Back to our home page

    Read our other translate it columns here.

    | © The Post Publishing Public Co., Ltd.
    All rights reserved 2006

    Last modified:January 24, 2006
    |