|
คำอธิบาย
วันนี้ในเรื่องของเทคนิคการทำงานแปลมีหลากหลายถึงสามเรื่องแน่ะค่ะ
เรื่องแรก
คือแปลสำนวนเปรียบเทียบซึ่งฝรั่งเขาแบ่งไว้ว่ามีสองประเภทคือ
metaphor ที่เปรียบตรงๆ ว่าอะไร
เหมือนอะไร เช่นเปรียบว่าเขาถูกเลี้ยงมาเหมือนไข่ในหิน เขาดุเหมือนเสือ
ในเรื่องนี้มีการเปรียบเทียบ
ว่าเสียงเหมือนฟ้าร้องไกลๆ (like distant thunder) หรือ เรื่องที่เล่ากันนั้นมีมากมายราวกับหมอก
ที่ห่มคลุมเมืองซานฟรานซิสโก (folklore that envelops that1906
earthquake like San Francisco fog)
อีกประเภทหนึ่งเรียกว่า
simile เช่น เขาเป็นช้างเท้าหลัง อย่าทำตัวเป็นหมาหวงราง
เขาทำใจดีสู้เสือ
คือเปรียบเทียบแบบบอกว่าอะไรเป็นอะไร หรือทำกริยาอย่างไร โดยไม่ต้องมีคำว่าเหมือนหรือราวกับ
ในเรื่องที่ยกมาก็มีเช่นผืนดินที่แข็งนั้นทำกริยาเหมือนมหาสมุทรที่โกรธเกรี้ยว
(The solid earth
took on the motions of an angry ocean) ดิฉันสังเกตว่าการแปลการเปรียบเทียบประเภท
metaphor แปลแบบตรงตัวก็ได้ความดีทีเดียว ฟังแล้วไม่ขัดหู
แต่บางครั้งหากมีสำนวนไทยที่มีความ
หมายเหมือนกันกับในภาษาต้นฉบับดิฉันก็จะเลือกใช้สำนวนไทยแทนค่ะ อย่างเช่น
He sleeps like
a log. จะใช้สำนวนไทยว่าเขาหลับเป็นตายแทนที่จะแปลว่าเขาหลับเหมือนท่อนซุง
แต่ประเภท
simile นั้นแปลตรงๆ มักไม่ได้ความหรือไม่ก็ขัดหู ต้องแปลแบบเอาความจึงจะเหมาะ
อย่างเช่น The
solid earth took on the motions of an angry ocean.
กริยาของมหาสมุทรที่กราดเกรี้ยวเป็นการเปรียบเทียบสภาพทะเลที่มีคลื่นถาโถมอย่างบ้าคลั่ง
ฉะนั้น
จึงควรแปลในลักษณะเอาความว่า พื้นดินที่แข็งนั้นกลับยกตัวขึ้นเป็นคลื่นราวกับทะเลคลั่ง
จะดีกว่าที่จะ
แปลตรงตัวว่า พื้นดินที่แข็งนั้นทำกิริยาของมหาสมุทรที่กราดเกรี้ยว
ค่ะ
เรื่องที่สอง
ในย่อหน้า
3 อีกเช่นกัน เราเห็นวลีว่า could ever again be so willfully
innocent มอง
เผินๆ เหมือนจะเข้าใจยาก แต่ถ้าใช้วิธี แตกโครงสร้างจะช่วยความเข้าใจได้มาก
ที่จริงวลีนี้อยู่ใน
ประโยคปฏิเสธที่แสดงด้วย neither...nor ในส่วนประธานของประโยค
(เราจึงตั้งต้นประโยคแปล
ของเราเสียก่อนว่าทั้งซานฟรานซิสโกและอเมริกา) ต่อด้วยส่วนขยายว่า
just learning about
the natural and man-made hazards of urban life (เราก็ต่อประโยคว่า
ซึ่งเพิ่งจะ
ได้ประจักษ์ถึงภัยพิบัติของชีวิตคนเมืองทั้งจากน้ำมือธรรมชาติและจากคนด้วยกันเอง)
คราวนี้ก็ถึงวลี
เจ้าปัญหา could ever again be so willfully innocent ประกอบด้วยกริยาวลีว่า
could.
..be โดยมีส่วนขยายว่า ever again คำว่า ever
เป็นคำที่ใช้เพื่อเน้นความ (จึงแปลต่อได้ว่า ไม่
(มาจาก negative ของ neither...nor) สามารถ ...อีกต่อไปได้อย่างเด็ดขาด)
คำสุดท้ายของ
ประโยคคือ innocent ซึ่งเป็นส่วน complement ในที่นี้หมายถึงไม่รู้ไม่เข้าใจ
และมีส่วนขยาย
ว่า so willfully ซึ่งในที่นี้แปลว่าจงใจ หรือดื้อรั้นมากๆ
(ประโยคแปลที่ครบสมบูรณ์คือ ไม่สามารถ
จงใจ(ทำเป็น) ไม่รู้เรื่องรู้ราวอย่างดื้อรั้นอีกต่อไป ) แต่ยาวไปและไม่สละสลวยด้วย
เอ้า...คิดใหม่ค่ะ
บังเอิญนึกได้ว่าสำนวนไทย "ทำเป็นทองไม่รู้ร้อน" สื่อความหมายนี้ได้เลย
เพราะหมายถึงคนที่รู้
อยู่แต่(จงใจ)ทำเฉยไม่ยอมรับรู้หรือไม่มีปฏิกิริยาอะไรทั้งสิ้น การแปลวลีนี้จึงเท่ากับทำงานสองขั้น
ตอนคือขั้นถ่ายความหมาย และขั้นเกลาภาษา
เรื่องที่สาม
ซึงเป็นเรื่องที่ยากที่สุดในงานแปลแต่ตัวอย่างงานแปลทั้งหมดในวันนี้
ดิฉันคิดว่าวลีในย่อหน้าสุดท้าย
facing better than even odds นี่แหละแปลยากที่สุด(แต่ไม่พ้นความพยายามแน่นอนค่ะ)
เพราะแม้จะเป็นคำพื้นๆ แต่แต่ละคำมีความหมายให้เลือกมากเหลือเกิน
ฉะนั้นถึงจะเข้าใจ
ความหมายของศัพท์อย่างถ่องแท้แล้วแต่ก็ยังต้องเลือกให้ถูกจากหลายสิบความหมายนั่น
การเลือก
ต้องอาศัยอิงความจากบริบทด้วยจะช่วยได้มากค่ะ วลีนี้เริ่มตั้งแต่
face ซึ่งต้องเลือกความหมายว่า
ยอมรับ(ปัญหา)และพยายามหาทางแก้ไข better เลือกความหมายว่า
มากเป็นส่วนใหญ่ (เหมือน
ความหมายจากสำนวนว่า the better part of the year ซึ่งหมายถึง
ช่วงเวลาส่วนใหญ่ของ
ปี) even เลือกความหมายว่าเท่าเทียม (คือ 50-50) odd
เลือกความหมายว่าโอกาส เมื่อรวม
ความแล้ว และพิจารณาจากบริบทแล้ว ก็ได้ว่านักวิทยาศาสตร์และนักประวัติศาสตร์
คนอื่นๆ ยอมรับ
ว่า (แผ่นดินไหว)มีโอกาสเกิดมากกว่า 50-50 มาก เกลาภาษาได้ว่า
เชื่อว่ามีโอกาสสูงมากที่จะ
เกิดแผ่นดินไหว
เชิญพบกับตอนที่สองในสัปดาห์หน้า
สวัสดีค่ะ
เกษมศรี วงศ์เลิศวิทย์
|