| about this site | who we are | site map | reading tips | teaching tips | student tips | build vocab |
| teaching vocab | hot links | visit Thai school | Bangkok Post | Post books | student weekly | home


Tuesday, May 23, 2006

"Translate It" is designed for the many people who are required to translate English into Thai. It will also be useful for those who like some Thai-language support for their English lessons. These lessons are also very popular with expatriates who are learning Thai at an advanced level.

FOR THAI-WINDOWS 95 USERS, *THIS PAGE IS BEST VIEWED IN CordiaUPC (14 pt) OR OTHER UPC THAI-COMPATIBALE FONTS SUCH AS LILY, DILLENIA, EUCROSOCIA, FREESIA OR IRIS*

FOR INTERNATIONAL USERS, THAI FONTS CAN BE OBTAINED FROM THE FOLLOWING URL: http://thaigate.nacsis.ac.jp/files/thaifonts.html

..............................................................


สวัสดีค่ะ

ปัจจุบันเราได้ยินข่าวเรื่องภัยธรรมชาติบ่อยมาก และมนุษย์ก็พยายามอย่างยิ่งที่จะหาทาง
รับมือกับภัยพิบัติเหล่านี้ วันนี้เรามาดูกันว่าที่อเมริกามีวิธีทำนายแผ่นดินไหวได้แล้วหรือยัง
หลังจากซานฟรานซิสโกถูกถล่มด้วยแผ่นดินไหวครั้งใหญ่มาครบร้อยปีพอดีค่ะ

The day the Earth moved 1

Lisa Leff

SAN FRANCISCO

  1. A century later, the people who felt the ground rock that Wednesday morning tell the story best. "The prelude, or opening, was a very low rumbling noise, like distant thunder."
  2. "The solid earth took on the motions of an angry ocean." "Buildings tumbled over on their sides, others looked as though they had been cut off with a cleaver."
  3. A magnitude 7.8 earthquake struck the capital of the western US, a shining city built on the promise of silver and gold with little thought to the destruction rock could also produce under enough pressure. After April 18,1906, neither San Francisco nor the US, just learning about the natural and man-made hazards of urban life, could ever again be so willfully innocent.
  4. Researchers are still trying to set a death toll for the disaster that ranked as one of the costliest in US history, a benchmark to which later calamities are compared. Reliable estimates put the loss above 3,000, and possibly as high as 6,000.
  5. Meanwhile, other scientists and historians, facing better than even odds that another "big one" will hit northern California by 2032, work to separate the facts from the folklore that envelops that1906 earthquake like San Francisco fog.

วันธรณีพิโรธ [๑]

ลิซา เลฟ
ซานฟรานซิสโก

  1. ผ่านมาหนึ่งศตวรรษ คนที่เผชิญ
    กับพสุธาสะเทือนในเช้าวันพุธ
    วันนั้นเป็นคนที่เล่าเหตุการณ์
    ได้ดีที่สุด "ก่อนจะมีแผ่นดินไหว
    ได้ยินเสียงครืนเบาๆนำมาก่อน
    เหมือนเสียงฟ้าร้องไกลๆ"
  2. "พื้นดินที่แข็งนั้นกลับยกตัวขึ้นเป็น
    คลื่นราวกับทะเลคลั่ง" "ตึกราม
    เอียงกระเท่แล้วพังครืน บ้างก็
    ฉีกขาดจากกันราวกับถูกมีดฟัน
    ฉับเข้าให้"
  3. แผ่นดินไหวขนาด7.8 ริกเตอร์ถล่ม
    เมืองหลวงของฝั่งตะวันตกของ
    สหรัฐอเมริกา เมืองอันสุกใสเรืองรอง
    ที่สร้างขึ้นบนผืนแผ่นดินที่วาดหวัง
    ว่าจะสร้างความร่ำรวยทั้งเงินและ
    ทองให้ โดยไม่ได้นึกถึงว่าแผ่นดินนี้
    ก็สามารถหยิบยื่นภัยพิบัติให้ได้เช่น
    กันเมื่อมีแรงกดดันเพียงพอ หลัง
    วันที่ 18 เมษายน 1906 แล้ว ทั้ง
    นครซานฟรานซิสโกเองหรือสหรัฐฯ
    ซึ่งเพิ่งจะได้ประจักษ์ถึงภัยพิบัติของ
    ชีวิตคนเมืองทั้งจากน้ำมือธรรมชาติ
    และจากคนด้วยกันเองจะทำเป็นทอง
    ไม่รู้ร้อนเช่นเมื่อก่อนไม่ได้แล้ว
  4. ขณะนี้นักวิจัยกำลังพยายามหาจำนวน
    ที่แท้จริงของผู้เสียชีวิตจากภัยพิบัติ
    ครั้งนั้น ซึ่งเป็นครั้งที่นับว่ามีการสูญ
    เสียมากที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์
    สหรัฐฯและเป็นครั้งที่ใช้เป็นบรรทัดฐาน
    เปรียบเทียบความรุนแรงของภัย
    พิบัติคราวต่อๆ มา จากการคำนวณ
    ที่เชื่อถือได้ประมาณว่ามีคนเสียชีวิต
    กว่า 3,000 คนหรืออาจถึง 6,000
    คนด้วยซ้ำ
  5. ขณะเดียวกัน นักวิทยาศาสตร์และนัก
    ประวัติศาสตร์คนอื่นๆ ซึ่งเชื่อว่ามี
    โอกาสสูงมากที่จะเกิดแผ่นดินไหว
    ครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่งทางตอนเหนือ
    ของรัฐแคลิฟอร์เนียภายในปี 2032
    กำลังแยกแยะระหว่างข้อเท็จจริงกับ
    เรื่องเล่าประสาชาวบ้านที่พูดกันไว้
    มากมายเรื่องของแผ่นดินไหวปี 1906 ราวกับหมอกที่ปกคลุมเมืองซานฟราน
    ซิสโกนั่นเทียว

คำอธิบาย
วันนี้ในเรื่องของเทคนิคการทำงานแปลมีหลากหลายถึงสามเรื่องแน่ะค่ะ

เรื่องแรก
คือแปลสำนวนเปรียบเทียบซึ่งฝรั่งเขาแบ่งไว้ว่ามีสองประเภทคือ metaphor ที่เปรียบตรงๆ ว่าอะไร
เหมือนอะไร เช่นเปรียบว่าเขาถูกเลี้ยงมาเหมือนไข่ในหิน เขาดุเหมือนเสือ ในเรื่องนี้มีการเปรียบเทียบ
ว่าเสียงเหมือนฟ้าร้องไกลๆ (like distant thunder) หรือ เรื่องที่เล่ากันนั้นมีมากมายราวกับหมอก
ที่ห่มคลุมเมืองซานฟรานซิสโก (folklore that envelops that1906 earthquake like San Francisco fog)

อีกประเภทหนึ่งเรียกว่า simile เช่น เขาเป็นช้างเท้าหลัง อย่าทำตัวเป็นหมาหวงราง เขาทำใจดีสู้เสือ
คือเปรียบเทียบแบบบอกว่าอะไรเป็นอะไร หรือทำกริยาอย่างไร โดยไม่ต้องมีคำว่าเหมือนหรือราวกับ
ในเรื่องที่ยกมาก็มีเช่นผืนดินที่แข็งนั้นทำกริยาเหมือนมหาสมุทรที่โกรธเกรี้ยว (The solid earth
took on the motions of an angry ocean
) ดิฉันสังเกตว่าการแปลการเปรียบเทียบประเภท metaphor แปลแบบตรงตัวก็ได้ความดีทีเดียว ฟังแล้วไม่ขัดหู แต่บางครั้งหากมีสำนวนไทยที่มีความ
หมายเหมือนกันกับในภาษาต้นฉบับดิฉันก็จะเลือกใช้สำนวนไทยแทนค่ะ อย่างเช่น He sleeps like
a log.
จะใช้สำนวนไทยว่าเขาหลับเป็นตายแทนที่จะแปลว่าเขาหลับเหมือนท่อนซุง แต่ประเภท
simile
นั้นแปลตรงๆ มักไม่ได้ความหรือไม่ก็ขัดหู ต้องแปลแบบเอาความจึงจะเหมาะ อย่างเช่น The
solid earth took on the motions of an angry ocean.

กริยาของมหาสมุทรที่กราดเกรี้ยวเป็นการเปรียบเทียบสภาพทะเลที่มีคลื่นถาโถมอย่างบ้าคลั่ง ฉะนั้น
จึงควรแปลในลักษณะเอาความว่า พื้นดินที่แข็งนั้นกลับยกตัวขึ้นเป็นคลื่นราวกับทะเลคลั่ง จะดีกว่าที่จะ
แปลตรงตัวว่า พื้นดินที่แข็งนั้นทำกิริยาของมหาสมุทรที่กราดเกรี้ยว ค่ะ

เรื่องที่สอง
ในย่อหน้า 3 อีกเช่นกัน เราเห็นวลีว่า could ever again be so willfully innocent มอง
เผินๆ เหมือนจะเข้าใจยาก แต่ถ้าใช้วิธี แตกโครงสร้างจะช่วยความเข้าใจได้มาก ที่จริงวลีนี้อยู่ใน
ประโยคปฏิเสธที่แสดงด้วย neither...nor ในส่วนประธานของประโยค (เราจึงตั้งต้นประโยคแปล
ของเราเสียก่อนว่าทั้งซานฟรานซิสโกและอเมริกา) ต่อด้วยส่วนขยายว่า just learning about
the natural and man-made hazards of urban life
(เราก็ต่อประโยคว่า ซึ่งเพิ่งจะ
ได้ประจักษ์ถึงภัยพิบัติของชีวิตคนเมืองทั้งจากน้ำมือธรรมชาติและจากคนด้วยกันเอง) คราวนี้ก็ถึงวลี
เจ้าปัญหา could ever again be so willfully innocent ประกอบด้วยกริยาวลีว่า could.
..be
โดยมีส่วนขยายว่า ever again คำว่า ever เป็นคำที่ใช้เพื่อเน้นความ (จึงแปลต่อได้ว่า ไม่
(มาจาก negative ของ neither...nor) สามารถ ...อีกต่อไปได้อย่างเด็ดขาด) คำสุดท้ายของ
ประโยคคือ innocent ซึ่งเป็นส่วน complement ในที่นี้หมายถึงไม่รู้ไม่เข้าใจ และมีส่วนขยาย
ว่า so willfully ซึ่งในที่นี้แปลว่าจงใจ หรือดื้อรั้นมากๆ (ประโยคแปลที่ครบสมบูรณ์คือ ไม่สามารถ
จงใจ(ทำเป็น) ไม่รู้เรื่องรู้ราวอย่างดื้อรั้นอีกต่อไป ) แต่ยาวไปและไม่สละสลวยด้วย เอ้า...คิดใหม่ค่ะ
บังเอิญนึกได้ว่าสำนวนไทย "ทำเป็นทองไม่รู้ร้อน" สื่อความหมายนี้ได้เลย เพราะหมายถึงคนที่รู้
อยู่แต่(จงใจ)ทำเฉยไม่ยอมรับรู้หรือไม่มีปฏิกิริยาอะไรทั้งสิ้น การแปลวลีนี้จึงเท่ากับทำงานสองขั้น
ตอนคือขั้นถ่ายความหมาย และขั้นเกลาภาษา

เรื่องที่สาม
ซึงเป็นเรื่องที่ยากที่สุดในงานแปลแต่ตัวอย่างงานแปลทั้งหมดในวันนี้ ดิฉันคิดว่าวลีในย่อหน้าสุดท้าย
facing better than even odds
นี่แหละแปลยากที่สุด(แต่ไม่พ้นความพยายามแน่นอนค่ะ)
เพราะแม้จะเป็นคำพื้นๆ แต่แต่ละคำมีความหมายให้เลือกมากเหลือเกิน ฉะนั้นถึงจะเข้าใจ
ความหมายของศัพท์อย่างถ่องแท้แล้วแต่ก็ยังต้องเลือกให้ถูกจากหลายสิบความหมายนั่น การเลือก
ต้องอาศัยอิงความจากบริบทด้วยจะช่วยได้มากค่ะ วลีนี้เริ่มตั้งแต่ face ซึ่งต้องเลือกความหมายว่า
ยอมรับ(ปัญหา)และพยายามหาทางแก้ไข better เลือกความหมายว่า มากเป็นส่วนใหญ่ (เหมือน
ความหมายจากสำนวนว่า the better part of the year ซึ่งหมายถึง ช่วงเวลาส่วนใหญ่ของ
ปี) even เลือกความหมายว่าเท่าเทียม (คือ 50-50) odd เลือกความหมายว่าโอกาส เมื่อรวม
ความแล้ว และพิจารณาจากบริบทแล้ว ก็ได้ว่านักวิทยาศาสตร์และนักประวัติศาสตร์ คนอื่นๆ ยอมรับ
ว่า (แผ่นดินไหว)มีโอกาสเกิดมากกว่า 50-50 มาก เกลาภาษาได้ว่า เชื่อว่ามีโอกาสสูงมากที่จะ
เกิดแผ่นดินไหว

เชิญพบกับตอนที่สองในสัปดาห์หน้า สวัสดีค่ะ

เกษมศรี วงศ์เลิศวิทย์


  • This lesson was prepared by Assoc Prof. Kasemsri Vonglertvidhya, a former lecturer in English and Linguistics at the Western Language Department, Srinakarinwirot University (Bangkhen Campus). She is now Director of the English Language Training Program, Faculty of Education, SWU and a freelance translator.

    Back to our home page

    Read our other translate it columns here.

    | © The Post Publishing Public Co., Ltd.
    All rights reserved 2006

    Last modified: May 23, 2006
    |