|
คำอธิบาย
ในส่วนของเทคนิคการทำงานแปลนั้นดิฉันคิดว่าตัวอย่างงานแปลวันนี้คงจะทำให้ท่านผู้อ่านเห็น
การแปลพรรณนาโวหารได้เป็นอย่างดี ซึ่งสิ่งที่ยากคือการแปลให้ได้สำนวนไทยที่สละสลวย
เพราะ
พรรณาโวหารนั้นมักใช้ภาษาที่งดงามที่ให้ภาพพจน์อยู่แล้ว ทำให้นอกจากจะคิดวางส่วนของ
ประโยคตามโครงสร้างภาษาไทยแล้ว ยังต้องคิดหาคำที่เหมาะสมมาใช้ด้วย
เชิญติดตามเลยนะคะ
ย่อหน้าแรก
ประโยคแรกเริ่มด้วยส่วนขยายสองส่วน ที่สังเกตได้จากเครื่องหมายจุลภาคคั่นข้อความค่ะ
ประธาน
จึงเป็นคำว่า sophistication (ความประณีตงดงาม) ส่วน its
design นั้นก็คือรูปแบบของ
อาคารสองชั้น ทำให้สวมได้พอดีกับส่วนขยายทั้งสองส่วน ประโยคนี้จึงแปลได้อย่างไทยๆว่า
...ความประณีตงดงามของอาคารสองชั้น ชั้นล่างก่ออิฐถือปูนสีแดงคร่ำเป็นฐานรองรับ
เรือนไม้ชั้นบนที่ทำจากไม้ประดู่และไม้สักนี้ ...
continued survival ถ้าแปลตรงๆว่า "การอยู่รอดมาได้อย่างต่อเนื่อง"
คงไม่เหมาะค่ะ ต้องหาข้อความที่ถ่ายความหมายนี้ออกมาได้อย่างสละสลวยเหมาะกับบริบท
ดิฉันจึงใช้ว่า ...การสืบทอดงานฝีมือ...
ย่อหน้าที่สอง
ในการแปลงานที่มีศัพท์เฉพาะที่ใช้ในวงการ
ผู้แปลจำจะต้องขวนขวายหาคำศัพท์เหล่านั้นมาใช้
ด้วยค่ะ อย่างวลีว่า steep multi-tiered roofs แปลกันแบบง่ายๆ
ว่า "หลังคาสูงชันที่มีหลายชั้น
ซ้อนกัน" จะไม่ให้ความรู้สึกว่าเป็นการแปลเรื่องของสถาปัตยกรรม
ที่เขามีศัพท์ใช้ว่า หลังคาทรงสูง
(ทรงป้าน ทรงปั้นหยา ทรงจตุรมุข ฯลฯ) ซ้อนลดหลั่นกัน
eaves
คือชายคา หรือส่วนปลายของหลังคาที่ยื่นออกมาเกินตัวบ้าน ทำหน้าที่กันแดดกันฝนสาด
ตัวบ้าน แต่ถ้าเป็นเรือนไทยใช้ว่า เชิงชาย
ฒญฬ
gables
คือหน้าจั่วของบ้าน ถ้าเป็นโบสถ์ วิหาร หรือปราสาทเรียกว่าหน้าบัน
ย่อหน้าที่สาม
pediment
ซึ่งหมายถึงแผ่นหินหรือเครื่องไม้ที่มักทำเป็นรูปสามเหลี่ยม ประดับอยู่เหนือประตู
หรือหน้าต่าง ตรงกับคำว่ากระจัง หรือถ้าเป็นปราสาทใช้ว่าทับหลังประตู
brackets คือเครื่องค้ำยัน เช่นเหล็กฉากที่ค้ำหิ้ง ถ้าเป็นเครื่องค้ำยันของเชิงชาย
เรียกว่าทวย
ถ้าทวยทำเป็นรูปนาคก็จะเรียกว่าคันทวย
pergola
ตรงกับคำว่าซุ้ม ซึ่งอาจเป็นซุ้มสำหรับให้ต้นไม้เกาะเลื้อยก็ได้
โครงสร้างของประโยคแรกในย่อหน้านี้เป็นโครงสร้างที่นำเอาส่วน
subject complement ขึ้นนำ
ประธานของประโยคอยู่หลังกริยาแท้ (are) ซึ่งก็คือ the elegantly
carved and gilded
pediment, brackets for the eaves, gable apex and pergola posts
...
เป็นโครงสร้างที่นิยมใช้ในพรรณนาโวหารของภาษาอังกฤษ แต่ไม่ใช้กันในภาษาไทย
เราจึง
ต้องปรับใหม่โดยขึ้นต้นประโยคด้วยประธานตามปกติ
ส่วนประโยคสุดท้ายของย่อหน้าว่า
The tinkling of metal bells... นั้นแปลตามโครงสร้าง
ภาษาต้นฉบับได้เลยค่ะ ดิฉันขอเสริมวลีว่า ...ยิ่งเมื่อผสานกับ...
เพื่อให้สละสลวยขึ้น
ย่อหน้าที่สี่
ในการแปลพรรณนาโวหารนั้นเรามักพบกับประโยคที่มีส่วนขยายยาวๆ
การวางส่วนขยายก็เป็น
เรื่องที่ต้องระวังค่ะ ปกติเราจะพยายามนำส่วนขยายไว้ใกล้ส่วนที่ถูกขยายให้มากที่สุด
ประโยคแรกของย่อหน้านี้เป็นตัวอย่างได้ดีค่ะ
supporting ratchapreuk trees with
their cheerful, bright yellow blossoms, our national flower. ถ้าแปลว่าซุ้มนี้
รองรับต้นราชพฤกษ์ที่ออกดอกสีเหลืองสดพาใจให้สดใส ซึ่งเป็นต้นไม้ประจำชาติของเรา
จะเห็นว่า
ส่วนขยายว่า "...ซึ่งเป็นต้นไม้ประจำชาติของเรา" น่าจะอยู่ติดกับคำว่าต้นราชพฤกษ์ที่วลีนี้ขยาย
จึงควรแปลว่า ... เหนือซุ้มคือต้นไม้ประจำชาติของเรา เป็นต้นราชพฤกษ์ที่อวดดอกสีเหลือง
สวยสดใส
information
on his accomplishments ควรแปลว่าพระราชกรณียกิจต่างๆ แทนที่จะแปล
ว่า "ข้อมูลสิ่งที่พระองค์ท่านทรงทำได้สำเร็จ"
words
of guidance คือพระบรมราโชวาทค่ะ
พบกันใหม่สัปดาห์หน้า
สวัสดีค่ะ
เกษมศรี วงศ์เลิศวิทย์
|